ผู้ว่าฯสงขลาลงพื้นที่เยี่ยมเด็กชาย 13 ปี ถูกแก๊งวัยรุ่นยิงสาหัส มือปืนวัย 16 ปีมอบตัวแล้ว เตรียมตามจับผู้ต้องหาอีก 3 ราย

เหตุการณ์สะเทือนขวัญครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2568 ที่ตำบลบ้านพรุ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา โดยน้องรุจซึ่งเป็นเด็กชายที่กำลังศึกษาอยู่ในวัยเรียน ได้ถูกกลุ่มวัยรุ่นที่มีความขัดแย้งกันรุมทำร้ายด้วยอาวุธปืน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมีความรุนแรงเป็นอย่างมาก จนทำให้เด็กชายผู้นี้ได้รับบาดเจ็บสาหัส จากการถูกยิงด้วยกระสุนปืนหลายนัด ทำให้ต้องเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน จากการตรวจสอบของแพทย์พบว่า น้องรุจได้รับกระสุนปืนเข้าร่างกายทั้งสิ้น 7 นัด ซึ่งเป็นจำนวนที่มากและอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ ทีมแพทย์ได้ทำการผ่าตัดเพื่อนำกระสุนออกจากร่างกายของเด็กชายไปแล้วทั้งสิ้น 6 นัด แต่ยังคงมีกระสุนปืนเหลืออยู่อีก 1 นัด ซึ่งอยู่ในบริเวณหน้าอกด้านซ้าย ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษในการผ่าตัด ทางทีมแพทย์จึงได้กำหนดให้มีการผ่าตัดอีกครั้งในวันที่ 15 ตุลาคม เพื่อนำกระสุนนัดสุดท้ายออกจากร่างกาย สภาพอาการปัจจุบันของผู้ป่วย แม้ว่าจะได้รับบาดเจ็บอย่างรุนแรง แต่จากการรายงานของทีมแพทย์และการเยี่ยมของผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ปรากฏว่าอาการของน้องรุจดีขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป ซึ่งถือเป็นข่าวดีที่ทำให้ครอบครัวและผู้ที่เกี่ยวข้องรู้สึกโล่งใจขึ้นมาบ้าง ขณะนี้ผู้ป่วยสามารถรับประทานอาหารได้แล้ว ซึ่งแสดงให้เห็นว่าร่างกายเริ่มตอบสนองต่อการรักษาเป็นอย่างดี อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวอย่างสมบูรณ์ยังคงต้องใช้เวลาและการดูแลอย่างใกล้ชิดจากทีมแพทย์และพยาบาล การเข้าเยี่ยมของผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลาในครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการแสดงความห่วงใยเท่านั้น แต่ยังเป็นการแสดงให้เห็นถึงความจริงจังของภาครัฐในการดูแลเยาวชนที่ตกเป็นเหยื่อของความรุนแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเป็นเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับอาวุธปืนและกลุ่มวัยรุ่นที่มีพฤติกรรมเสี่ยง การสั่งการของผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ในระหว่างการเยี่ยมชม นายโชตินรินทร์ เกิดสม ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ได้กำชับให้สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสงขลาเข้ามาดูแลกรณีนี้เป็นพิเศษ เนื่องจากเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับเยาวชนซึ่งถือเป็นเรื่องที่มีความละเอียดอ่อนและต้องการการจัดการอย่างรอบคอบ ผู้ว่าราชการจังหวัดได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการจัดทีมสหวิชาชีพเข้ามาให้การเยียวยาและดูแลทั้งในด้านร่างกายและจิตใจของเหยื่อ การดูแลทางจิตใจในกรณีนี้มีความสำคัญไม่แพ้การรักษาทางร่างกาย เนื่องจากเด็กที่ผ่านเหตุการณ์ความรุนแรงอาจมีผลกระทบทางจิตใจระยะยาวได้ อาทิ โรคเครียดหลังเหตุการณ์สะเทือนขวัญ (PTSD) … Read more

ปิดล้อมป่าล่าหนุ่มอดีตทหารป่วยจิตเมายา คลั่งยิงเจ้าหน้าที่ตำรวจเจ็บ 2 ราย ล่วงเลย 20 ชั่วโมงยังจับไม่ได้

เหตุการณ์ความไม่สงบครั้งนี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2568 เวลาประมาณ 14.40 น. เมื่อศูนย์วิทยุลำภู อำเภอเมืองหนองบัวลำภู ได้รับแจ้งเหตุจากผู้ใหญ่บ้านบ้านลาด ตำบลป่าไม้งาม ว่ามีบุคคลที่มีอาการมึนเมาจากการดื่มแอลกอฮอล์และแสดงอาการทางจิตเวช ได้ใช้อาวุธปืนยิงใส่บุคคลอื่นจนได้รับบาดเจ็บที่บ้านห้วยหามต่าง หมู่ที่ 8 ตำบลป่าไม้งาม อำเภอเมืองหนองบัวลำภู หลังจากได้รับแจ้งเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ พร้อมด้วยชุดสืบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองหนองบัวลำภู และชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดหนองบัวลำภู ได้เดินทางไปยังที่เกิดเหตุทันที โดยเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ทำการปิดล้อมบริเวณและพยายามเจรจากับผู้ก่อเหตุ พร้อมทั้งอพยพชาวบ้านที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงออกไปในระยะที่ปลอดภัย เพื่อป้องกันไม่ให้มีผู้บริสุทธิ์ได้รับอันตราย ผู้ก่อเหตุยิงจากบ้านชั้นสองอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังทำการปิดล้อม ผู้ก่อเหตุซึ่งอยู่บนบ้านชั้น 2 ได้ใช้อาวุธหลายชนิด ทั้งหนังสติ๊ก ปืนแก๊ป และปืนลูกกรดยาว ยิงมาทางเจ้าหน้าที่ตำรวจหลายครั้งอย่างต่อเนื่อง สร้างความตระหนกให้กับทีมปฏิบัติการและชาวบ้านในบริเวณใกล้เคียง บรรยากาศในพื้นที่เต็มไปด้วยความตึงเครียด ชาวบ้านหลายครัวเรือนต่างพากันปิดประตูหน้าต่างและหลบซ่อนอยู่ในบ้านเพื่อความปลอดภัย ต่อมา พันตำรวจเอก พนมศักดิ์ วีระหงส์ ผู้กำกับการตำรวจภูธรฝ่ายอำนวยการจังหวัดเลย ซึ่งรักษาราชการแทนผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองหนองบัวลำภู และพันตำรวจเอก กริช ปัตลา รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดหนองบัวลำภู ได้เดินทางมาถึงที่เกิดเหตุเพื่ออำนวยการควบคุมสถานการณ์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรถูกยิงบาดเจ็บ ขณะที่ พันตำรวจเอก กริช ปัตลา รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดหนองบัวลำภู พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนภูธรเมืองหนองบัวลำภู … Read more

หนุ่มหัวร้อนทะเลาะแฟนสาวกลางถนนปิ่นเกล้า แท็กซี่พาหนีให้ ยังไม่หยุดโหด กระโดดขึ้นหลังคารถทุบกระจกพังยับ ตำรวจรวบตัวดำเนินคดี

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2568 เวลาประมาณ 13.00 น. ในพื้นที่แถวปิ่นเกล้า เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร โดยคลิปวิดีโอที่แพร่ระบาดในโซเชียลมีเดียแสดงให้เห็นภาพชายหนุ่มกระโดดขึ้นไปบนหลังคารถแท็กซี่ที่กำลังขับออกไปอย่างช้าๆ ก่อนใช้เท้ากระทืบกระจกหน้ารถอย่างรุนแรงหลายครั้ง จนกระจกแตกละเอียด ภาพดังกล่าวทำให้ผู้พบเห็นตกใจและรีบแจ้งเจ้าหน้าที่เข้าควบคุมสถานการณ์ เริ่มต้นจากการทะเลาะวิวาทคู่รัก จากการสอบถามข้อมูลเบื้องต้น พบว่าเหตุการณ์เริ่มต้นจากคู่รักชายหญิงที่เกิดการทะเลาะวิวาทกันอย่างรุนแรงกลางถนน โดยมีพยานหลายคนพบเห็นว่าฝ่ายชายมีพฤติกรรมรุนแรงต่อฝ่ายหญิง ทำให้ฝ่ายหญิงต้องหาทางหลบหนีจากสถานการณ์ที่อันตราย เมื่อเห็นรถแท็กซี่คันหนึ่งจอดรอลูกค้าอยู่ไม่ไกล ฝ่ายหญิงจึงวิ่งเข้าไปขอความช่วยเหลือจากพนักงานขับรถแท็กซี่ นายโรจน์ พนักงานขับรถแท็กซี่ที่อยู่ในเหตุการณ์ เห็นสถานการณ์ที่เกิดขึ้นและรับรู้ถึงความตกใจกลัวของผู้หญิงคนดังกล่าว จึงตัดสินใจเปิดประตูรถให้ฝ่ายหญิงขึ้นรถ และพยายามขับรถออกจากที่เกิดเหตุเพื่อพาฝ่ายหญิงไปยังที่ปลอดภัย อย่างไรก็ตาม ความรุนแรงยังไม่จบเพียงเท่านั้น ช่วงเวลาสุดระทึก หนุ่มโหดกระโดดขึ้นรถทุบกระจก ขณะที่รถแท็กซี่กำลังค่อยๆ แล่นออกจากที่เกิดเหตุด้วยความเร็วไม่มากนัก ผู้ชายที่อยู่ในอารมณ์โกรธจัดยังคงไม่ยอมปล่อยให้ฝ่ายหญิงหนีไปได้ง่ายๆ เขาวิ่งตามรถแท็กซี่ไปและกระโดดขึ้นไปบนหลังคารถอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็เริ่มใช้เท้ากระทืบกระจกหน้ารถอย่างรุนแรง พยานที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงบอกว่าเสียงกระจกแตกดังมาก และสถานการณ์ดูอันตรายมาก เพราะรถยังคงแล่นไปข้างหน้า ขณะที่ผู้ชายยืนอยู่บนหลังคารถและกระทืบกระจกอย่างต่อเนื่อง กระจกหน้ารถแตกเป็นรอยแตกร้าวกระจายไปทั่ว จนในที่สุดก็แตกละเอียด นอกจากนี้ ฝากระโปรงรถยังถูกกระทำจนยุบเป็นหลุมไปด้วย เจ้าหน้าที่และพลเมืองดีเข้าควบคุมตัว โชคดีที่ในขณะนั้นมีเจ้าหน้าที่ตำรวจที่กำลังเดินทางไปทำงานผ่านมาพอดี เมื่อเห็นเหตุการณ์และได้รับการร้องขอความช่วยเหลือจากประชาชนที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียง จึงรีบเข้าไปช่วยควบคุมสถานการณ์ โดยมีพลเมืองดีหลายคนช่วยกันจับตัวผู้ชายคนดังกล่าวไว้ได้ ป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์รุนแรงเพิ่มขึ้นอีก ผู้ชายวัย 25 ปี ถูกควบคุมตัวและนำส่งไปยังสถานีตำรวจนครบาลบางยี่ขัน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย ขณะที่ฝ่ายหญิงและพนักงานขับรถแท็กซี่ได้เดินทางไปแจ้งความดำเนินคดีที่สถานีตำรวจแห่งเดียวกัน … Read more

รถกระบะเสียหลักพุ่งข้ามเลนชนสายตรวจตำรวจหนองคาย สิ้นชีวิตคาที่

อุบัติเหตุครั้งร้ายแรงนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาประมาณ 00.30 น. หรือตีหนึ่งครึ่งของวันที่ 12 ตุลาคม ซึ่งเป็นช่วงเวลากลางดึกที่การจราจรค่อนข้างเบาบาง แต่กลับเป็นช่วงเวลาที่เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องออกปฏิบัติหน้าที่อย่างหนักเพื่อคุ้มครองความปลอดภัยให้แก่ประชาชน สถานที่เกิดเหตุตั้งอยู่บนถนนริมโขงในช่วงที่อยู่ใกล้กับโรงแรมโขงดามัน ตำบลหาดคำ อำเภอเมืองหนองคาย จังหวัดหนองคาย ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญที่เชื่อมต่อพื้นที่ต่างๆ ในจังหวัดหนองคาย และเป็นเส้นทางที่มีการจราจรค่อนข้างคึกคักในช่วงเวลากลางวัน รายละเอียดของผู้เสียชีวิต ผู้เสียชีวิตในครั้งนี้คือ สิบตำรวจโท จักรพงษ์ พุทธเสน ซึ่งดำรงตำแหน่งผู้บังคับหมู่งานป้องกันปราบปราม สถานีตำรวจภูธรเมืองหนองคาย เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มีความอุตสาหะและทุ่มเทในการปฏิบัติหน้าที่ ในคืนเกิดเหตุ สิบตำรวจโท จักรพงษ์ได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่สายตรวจรถจักรยานยนต์ ซึ่งเป็นหน้าที่ที่สำคัญในการดูแลความเรียบร้อยและความปลอดภัยของประชาชนในยามค่ำคืน ด้วยความรับผิดชอบและความมุ่งมั่น เขาได้ออกตรวจพื้นที่ตามเส้นทางที่ได้รับมอบหมายอย่างเป็นปกติ โดยไม่คิดว่าการปฏิบัติหน้าที่ในคืนนั้นจะกลายเป็นครั้งสุดท้ายของชีวิต การปฏิบัติหน้าที่สายตรวจตามปกติ ในคืนเกิดเหตุ สิบตำรวจโท จักรพงษ์ได้ขับขี่รถจักรยานยนต์สายตรวจของทางราชการออกปฏิบัติหน้าที่ตามพื้นที่รับผิดชอบ โดยได้เดินทางไปตามถนนริมโขง ซึ่งเป็นเส้นทางที่เจ้าหน้าที่ตำรวจมักจะใช้ในการตรวจตราดูแลความปลอดภัยของประชาชน โดยเฉพาะในช่วงเวลากลางคืนที่อาจจะมีเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์เกิดขึ้น การปฏิบัติหน้าที่สายตรวจด้วยรถจักรยานยนต์เป็นงานที่มีความเสี่ยงสูง เนื่องจากเจ้าหน้าที่ต้องเผชิญกับสภาพการจราจรและอันตรายต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา แต่ด้วยความทุ่มเทและความรับผิดชอบต่อหน้าที่ เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกคนล้วนพร้อมที่จะเสี่ยงภัยเพื่อความปลอดภัยของประชาชน วินาทีชีวิตแห่งโศกนาฏกรรม ขณะที่ สิบตำรวจโท จักรพงษ์กำลังขับขี่รถจักรยานยนต์สายตรวจไปตามถนนริมโขงอย่างระมัดระวัง เมื่อเดินทางมาถึงช่วงใกล้กับโรงแรมโขงดามัน ในตำบลหาดคำ อำเภอเมืองหนองคาย ทันใดนั้นก็ปรากฏรถกระบะยี่ห้อมิตซูบิชิสีดำ หมายเลขทะเบียน กล 2622 จังหวัดราชบุรี ที่กำลังขับมุ่งหน้าเข้าสู่ตัวเมืองหนองคาย … Read more

ทลายปาร์ตี้ยากลางเมืองสงขลา รวบวัยรุ่น 53 คน ยึดอาวุธปืน 3 กระบอก ยาเสพติดเพียบ

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อช่วงเวลา 23.00 น. ของวันที่ 9 ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา เมื่อพันตำรวจโทมนตรี เรืองพุทธ รองผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองสงขลา ได้รับแจ้งเหตุจากประชาชนในพื้นที่ว่ามีกลุ่มวัยรุ่นชายและหญิงจำนวนมากได้เข้ามาเช่าพูลวิลล่าเพื่อมั่วสุมและเสพยาเสพติด โดยสถานที่ดังกล่าวตั้งอยู่ที่บริเวณหมู่ที่ 3 ตำบลพะวง อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา หลังจากได้รับแจ้งเหตุ พันตำรวจโทมนตรีได้รายงานเหตุการณ์ต่อพันตำรวจเอกจำลอง สุวลักษณ์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองสงขลาทราบในทันที และได้มีการสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมกำลังเพื่อเข้าดำเนินการตรวจสอบและจับกุม โดยมีการแต่งตั้งพันตำรวจโทสุพจน์ เรืองรุ่งโรจน์ รองผู้กำกับการฝ่ายปราบปราม สถานีตำรวจภูธรเมืองสงขลา พร้อมด้วยพันตำรวจโทสมพงค์ หนูเงิน สารวัตรสถานีตำรวจภูธรเมืองสงขลา และเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองสงขลาเป็นหัวหน้าคณะปฏิบัติการ นอกจากกำลังตำรวจแล้ว ยังมีการประสานและสนธิกำลังจากหลายหน่วยงาน ได้แก่ เจ้าพนักงานจากกรมการปกครองจังหวัดสงขลา นำทีมโดยนายสุรัตน์ ลายจันทร์ และนายธนาวิทย์ จันทสุวรรณ์ ปลัดอำเภอเมืองสงขลา พร้อมด้วยกำลังพลเจ้าหน้าที่จากกองอาสารักษาดินแดนจังหวัดสงขลา เพื่อเข้าดำเนินการตรวจสอบและจับกุมร่วมกัน ซึ่งการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานในครั้งนี้ถือเป็นความสำเร็จของการทำงานเชิงรุกในการปราบปรามยาเสพติดในพื้นที่ บุกตรวจค้นพูลวิลล่าหรู พบวัยรุ่นเต้นรำมั่วสุม จากรายงานของเจ้าหน้าที่ระบุว่า ขณะที่คณะปฏิบัติการเข้าดำเนินการตรวจสอบภายในพูลวิลล่าแห่งหนึ่ง ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่หมู่ที่ 3 ตำบลพะวง อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา พบว่าเป็นบ้านพักสองชั้นขนาดใหญ่ มีสระว่ายน้ำส่วนตัวตั้งอยู่บริเวณหน้าบ้านพัก และมีกำแพงสูงล้อมรอบบริเวณบ้านทั้งหมด เป็นที่พักแบบปิดซึ่งให้ความเป็นส่วนตัวสูง … Read more

สาวขับกระบะเสียหลักชนเสาไฟฟ้าโค่น 9 ต้นเรียงกันยาว ทับรถชาวบ้านพังเสียหาย 3 คัน ทำไฟดับครึ่งเมือง

เมื่อเวลา 22.00 น. ของวันที่ 10 ตุลาคม 2568 เกิดเหตุการณ์อุบัติเหตุครั้งใหญ่บริเวณถนนห้วยยอด ฝั่งขาออกมุ่งหน้าไปยังตำบลนาตาล่วง อำเภอเมือง จังหวัดตรัง หลังจากที่ร.ต.อ.นรชัย แก้วหนู รองสารวัตรสอบสวน สถานีตำรวจภูธรเมืองตรัง ได้รับแจ้งจากประชาชนว่ามีรถกระบะชนเสาไฟฟ้าเสียหายหลายต้น ทำให้ไฟฟ้าดับเป็นบริเวณกว้างในชุมชน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงรายงานเหตุให้ผู้บังคับบัญชาทราบทันที และรีบนำกำลังเจ้าหน้าที่ออกตรวจสอบพร้อมประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ทางหลวงตรัง เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยจากมูลนิธิกุศลสถานตรัง และเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดตรัง เข้าไปดำเนินการในที่เกิดเหตุ สภาพที่เกิดเหตุและความเสียหาย เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางถึงบริเวณที่เกิดเหตุซึ่งตั้งอยู่ริมถนนหน้าอู่ซ่อมรถแห่งหนึ่งที่มีพื้นที่ต่ำกว่าระดับถนน พบว่าสภาพความเสียหายรุนแรงและน่าตกใจเป็นอย่างยิ่ง โดยพบรถกระบะแบบดับเบิ้ลแค็บ ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นไฮลักซ์ สีขาว หมายเลขทะเบียน 3 ฒศ 5929 กรุงเทพมหานคร จอดอยู่บริเวณจุดเกิดเหตุในสภาพที่ได้รับความเสียหายอย่างมาก โดยกันชนหน้ารถแตกออก มีรอยชนจนยุบด้านซ้ายฝั่งประตูคนขับ กระจกหน้าร้าว และส่วนหน้ารถบิดเบี้ยวจากแรงกระแทก ภายในรถมีผู้โดยสารเป็นผู้หญิงรวมทั้งคนขับทั้งหมด 3 คน ซึ่งเบื้องต้นทุกคนได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย ต่อมาทราบชื่อคนขับคือ นางสาวณัฐชยา (สงวนนามสกุลตามนโยบายข่าว) อายุ 22 ปี ซึ่งเป็นผู้ประสบเหตุหลัก ห่างออกไปจากตัวรถกระบะเพียงไม่กี่เมตร เป็นภาพที่น่าตกใจยิ่งกว่า เมื่อพบเสาไฟฟ้าคอนกรีตเสริมเหล็กขนาดใหญ่ถูกชนจนหักครึ่งท่อน … Read more

จับชายวัย 59 ปี ล่อลวงเด็กชายเร่ร่อน-ขายพวงมาลัย ทำอนาจารและแพร่คลิปลามก พร้อมเปิดโปงขบวนการขายคลิปอนาจารออนไลน์

ตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางออนไลน์ได้ทำการจับกุมชายวัย 59 ปี ที่ตระเวนล่อลวงเด็กชายกลุ่มเปราะบาง นำไปทำอนาจารและบันทึกภาพเผยแพร่ผ่านระบบคลาวด์ การจับกุมครั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวนายเจตน์ษดา อายุ 59 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ได้สำเร็จที่บ้านพักในพื้นที่เขตยานนาวา กรุงเทพมหานคร โดยมีของกลางที่ยึดได้ ประกอบด้วยโทรศัพท์มือถือจำนวน 2 เครื่อง ซึ่งภายในเก็บหลักฐานสำคัญที่เชื่อมโยงกับการกระทำผิดหลายประการ พลตำรวจตรี ทรงกลด เกริกกฤตยา ผู้บังคับการกองตรวจการณ์เทคโนโลยี กล่าวว่า คดีนี้เริ่มต้นจากที่หน่วยงานตำรวจไทยได้รับข้อมูลสำคัญจากศูนย์ประสานงานช่วยเหลือเด็กชายและเด็กถูกละเมิดแห่งชาติของประเทศสหรัฐอเมริกา (National Center for Missing & Exploited Children – NCMEC) ซึ่งเป็นองค์กรระหว่างประเทศที่ทำหน้าที่ติดตามและรายงานการแพร่กระจายของสื่อลามกอนาจารเด็กทั่วโลก การติดตามและสืบสวนจากข้อมูลระหว่างประเทศ จากการตรวจสอบของศูนย์ดังกล่าวพบว่ามีผู้ใช้บัญชีหนึ่งได้ทำการอัพโหลดภาพถ่ายและวิดีโอที่มีลักษณะเป็นการล่วงละเมิดทางเพศเด็กจำนวนมากเข้าสู่ระบบคลาวด์ (Cloud Storage) ซึ่งจากการตรวจสอบข้อมูลทางเทคนิคพบว่าที่อยู่ไอพีแอดเดรส (IP Address) ของผู้ใช้บัญชีดังกล่าวระบุตำแหน่งอยู่ในพื้นที่ประเทศไทย องค์กร NCMEC จึงได้ประสานข้อมูลมายังหน่วยงานตำรวจไซเบอร์ของไทยเพื่อดำเนินการสืบสวนและจับกุมตามกระบวนการทางกฎหมาย เจ้าหน้าที่ตำรวจไซเบอร์ได้เร่งดำเนินการตรวจสอบข้อมูลอย่างละเอียด ติดตามพฤติกรรมการใช้งานออนไลน์และเส้นทางการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต จนสามารถระบุตัวตนและที่อยู่ของผู้ต้องหาได้ จากนั้นจึงได้ยื่นขอหมายจับจากศาลอาญาและดำเนินการจับกุมตัวผู้ต้องหาได้สำเร็จที่บ้านพักในเขตยานนาวา กรุงเทพมหานคร พบหลักฐานสื่อลามกอนาจารเด็กนับพันไฟล์ หลังจากการจับกุม เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการตรวจค้นและยึดโทรศัพท์มือถือของผู้ต้องหาจำนวน 2 เครื่อง เพื่อนำมาตรวจสอบข้อมูลภายในอย่างละเอียด … Read more

รวบหนุ่มปัตตานีประกอบระเบิดผูกรถไรเดอร์ แค้นจอดทับที่ หน้าอพาร์ตเมนต์รามคำแหง มือขาด 3 นิ้ว

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้าวันที่ 7 ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา ณ ลานจอดรถหน้าอาคารอพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่งในซอยรามคำแหง 65 แยก 1 แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร โดยนายซัน (นามสมมติ) อายุ 21 ปี อาชีพพนักงานส่งอาหาร หรือไรเดอร์ ซึ่งพักอาศัยอยู่ที่อพาร์ตเมนต์ดังกล่าวพร้อมภรรยา ได้เดินลงมาที่ลานจอดรถด้านหน้าอาคารเพื่อใช้รถจักรยานยนต์ออกไปทำงานตามปกติ เมื่อนายซันเดินเข้าไปใกล้รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า พีซีเอ็กซ์ สีน้ำเงิน ทะเบียนจังหวัดปัตตานี ของตนเอง ก็พบว่ามีวัตถุทรงกลมสีดำผิดปกติผูกติดอยู่ที่ล้อหน้ารถด้วยเชือกและเทปพันหลายชั้น ด้วยความสงสัยและไม่คาดคิดว่าจะเป็นอันตราย นายซันจึงใช้มือทั้งสองพยายามแกะวัตถุดังกล่าวออก แต่ทันทีที่แกะเชือกและเทปออกได้ วัตถุนั้นก็เกิดการระเบิดขึ้นทันทีพร้อมเสียงดังสนั่นกระหึ่มบริเวณอพาร์ตเมนต์ แรงระเบิดที่รุนแรงทำให้นายซันได้รับบาดเจ็บสาหัส โดยนิ้วมือซ้ายขาดกระเด็นไปทันที 3 นิ้ว ได้แก่ นิ้วโป้ง นิ้วชี้ และนิ้วกลาง นอกจากนี้ยังมีบาดแผลฉีกขาดบริเวณฝ่ามือและแขนส่วนอื่นๆ อาการของผู้บาดเจ็บอยู่ในระดับสาหัส ชาวอพาร์ตเมนต์ที่อยู่ใกล้เคียงได้ยินเสียงระเบิดจึงรีบวิ่งออกมาดูและพบนายซันนอนกองอยู่กับพื้นด้วยอาการช็อกจากเลือดออกมาก มีผู้ใจดีรีบโทรแจ้งหน่วยกู้ชีพและตำรวจ หน่วยกู้ชีพที่เข้าถึงที่เกิดเหตุได้ทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้นและรีบนำตัวนายซันส่งโรงพยาบาลศิรินธร เพื่อเข้ารับการรักษาอย่างเร่งด่วน แพทย์ที่เข้าทำการรักษาระบุว่า การบาดเจ็บครั้งนี้มีความรุนแรงมาก นิ้วมือที่ขาดไปไม่สามารถนำกลับมาต่อได้เนื่องจากเนื้อเยื่อได้รับความเสียหายอย่างมาก นายซันอาจต้องใช้ชีวิตอยู่กับความพิการตลอดไป ตำรวจเร่งสืบสวนติดตามผู้ต้องหา หลังจากเกิดเหตุการณ์ระเบิดที่อพาร์ตเมนต์ พันตำรวจเอก นเรนทร์ เครื่องสนุก … Read more

ไฟไหม้ตู้ชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าหน้าร้านขอนแก่น เสียหายกว่า 6 แสนบาท เพื่อนบ้านระดมช่วยดับเพลิงทันท่วงที

วันที่ 8 ตุลาคม 2568 เวลาประมาณ 18:07 น. เกิดเหตุการณ์ไฟไหม้ตู้ชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าหน้าร้านจำหน่ายถุงพลาสติกทางการแพทย์แห่งหนึ่ง ในพื้นที่ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น สร้างความตื่นตระหนกให้กับผู้พักอาศัยในบริเวณใกล้เคียงเป็นอย่างมาก เนื่องจากเปลวไฟได้ลุกไหม้อย่างรุนแรงและรวดเร็ว จนมีควันดำพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า เหตุการณ์เกิดขึ้นในช่วงเวลาเย็น ขณะที่เจ้าของรถยนต์ไฟฟ้าคันดังกล่าวได้จอดรถไว้ชาร์จไฟฟ้าหน้าร้านตามปกติ และได้ขึ้นไปพักผ่อนกับลูกทั้งสองคนบนชั้นสามของอาคาร โดยไม่ทราบเลยว่าจะเกิดเหตุการณ์ร้ายแรงขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมงต่อมา ชาวบ้านเห็นเหตุการณ์ ระดมถังดับเพลิงช่วยดับไฟ เหตุการณ์ไฟไหม้ครั้งนี้ได้รับความช่วยเหลืออย่างทันท่วงทีจากเพื่อนบ้านที่อาศัยอยู่ในละแวกใกล้เคียง เมื่อมีผู้พบเห็นเปลวไฟเริ่มลุกไหม้จากตู้ชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า ชาวบ้านหลายคนได้รีบวิ่งออกมาจากบ้าน พร้อมนำถังดับเพลิงเคมีมาช่วยกันฉีดดับเพลิงที่กำลังลุกลามอยู่ นอกจากการใช้ถังดับเพลิงเคมีแล้ว เพื่อนบ้านยังได้ร่วมกันต่อสายยางน้ำจากท่อประปาในบริเวณใกล้เคียง เพื่อนำมาช่วยฉีดน้ำดับเพลิงอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากเปลวไฟมีความรุนแรงมากและลุกลามอย่างรวดเร็ว จำเป็นต้องใช้น้ำจำนวนมากในการควบคุมสถานการณ์ ขณะเดียวกัน ผู้ที่พบเห็นเหตุการณ์ได้รีบโทรศัพท์แจ้งไปยังนางสาวเพ็ญพร เจ้าของร้านและเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งขณะนั้นกำลังพักผ่อนอยู่บนชั้นสามของอาคารพร้อมกับลูกทั้งสองคน เพื่อแจ้งเตือนให้รับทราบเหตุการณ์และอพยพออกจากอาคารโดยเร็ว ความร่วมมือและความรวดเร็วของเพื่อนบ้านในครั้งนี้ ถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งที่ช่วยไม่ให้เพลิงลุกลามไปยังอาคารบ้านเรือนข้างเคียงและไม่ก่อให้เกิดความสูญเสียที่มากไปกว่านี้ เจ้าของร้านเล่าถึงช่วงเวลาสุดหวาดเสียว นางสาวเพ็ญพร อายุ 39 ปี เจ้าของร้านจำหน่ายถุงพลาสติกทางการแพทย์และเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้าที่ประสบเหตุ ได้ให้สัมภาษณ์ถึงเหตุการณ์ในขณะนั้นว่า ช่วงเวลาที่เกิดเหตุเพลิงไหม้นั้น ตนเองกำลังอยู่ภายในบ้านบนชั้นสาม พร้อมกับลูกทั้งสองคน และไม่ได้รับรู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้นบริเวณชั้นล่างของอาคาร “ตอนเกิดเหตุนั้นดิฉันอยู่ในบ้านชั้นสาม ไม่ได้เห็นช่วงที่เพลิงเริ่มลุกไหม้เลย จนกระทั่งมีเพื่อนบ้านโทรศัพท์มาบอกว่ามีเหตุไฟไหม้หน้าบ้าน ดิฉันตกใจมากและรีบหากุญแจรถยนต์มาให้น้องชาย เพื่อให้ช่วยเลื่อนรถยนต์ไฟฟ้าที่กำลังจอดชาร์จไฟอยู่หน้าร้านให้ออกไปห่างจากจุดที่เกิดเหตุเพลิงไหม้” นางสาวเพ็ญพรเล่า นางสาวเพ็ญพรกล่าวต่อว่า ขณะที่น้องชายของตนกำลังเลื่อนรถออกจากจุดเกิดเหตุ … Read more

หนุ่มเมาสุราก่อเหตุอาละวาดหน้าห้องฉุกเฉิน รปภ.-ตำรวจระดมกำลังควบคุมตัวนำส่งสถานีตำรวจ

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2568 เวลาประมาณ 22.30 น. ณ บริเวณหน้าห้องฉุกเฉิน โรงพยาบาลกำแพงเพชร อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร โดยมีชายคนหนึ่งซึ่งมีอาการมึนเมาจากการดื่มสุราเข้ามาภายในบริเวณโรงพยาบาล และได้กระทำการโวยวายต่อว่าเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของโรงพยาบาลอย่างต่อเนื่อง โดยไม่สนใจคำเตือนหรือข้อแนะนำใดๆ จากเจ้าหน้าที่ จากการตรวจสอบข้อมูล พบว่าชายผู้ก่อเหตุได้เข้ามาพร้อมกับญาติที่นำส่งผู้ป่วยมารับการรักษาที่โรงพยาบาล แต่ด้วยอาการมึนเมาจากการดื่มสุรา ทำให้เกิดพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมขึ้นภายในบริเวณโรงพยาบาล ซึ่งเป็นสถานที่ที่ต้องการความเงียบสงบและเป็นระเบียบเรียบร้อย เพื่อประโยชน์ต่อการดูแลรักษาผู้ป่วย การเผชิญหน้าระหว่างผู้ก่อเหตุกับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย จากคำให้การของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของโรงพยาบาลกำแพงเพชร ระบุว่า เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นเมื่อชายผู้ก่อเหตุได้นำโทรศัพท์มือถือออกมาถ่ายภาพและวิดีโอตนเองภายในบริเวณหน้าห้องฉุกเฉิน พร้อมกับพูดจาโวยวายต่อว่าเจ้าหน้าที่อย่างไม่มีเหตุผล โดยเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยได้เข้าไปแจ้งเตือนอย่างสุภาพว่า ภายในบริเวณโรงพยาบาลโดยเฉพาะบริเวณห้องฉุกเฉินนั้น มีข้อห้ามไม่ให้ถ่ายภาพหรือวิดีโอ เพื่อรักษาความเป็นส่วนตัวของผู้ป่วยและญาติผู้ป่วยรายอื่นๆ นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยยังได้ขอให้ชายผู้ก่อเหตุนำรถยนต์ไปจอดยังจุดจอดรถที่กำหนดไว้อย่างถูกต้อง เนื่องจากรถของผู้ก่อเหตุได้จอดขวางทางเข้าออกของห้องฉุกเฉิน ซึ่งอาจเป็นอุปสรรคต่อการนำส่งผู้ป่วยฉุกเฉินที่อาจมีรถพยาบาลนำส่งเข้ามาได้ตลอดเวลา อย่างไรก็ตาม ชายผู้ก่อเหตุไม่ได้ให้ความร่วมมือแต่อย่างใด กลับยกโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่าย�ิดีโอต่อไป พร้อมกับกล่าวคำหยาบคายและข่มขู่ว่า “มึงดังแน่” ต่อหน้าเจ้าหน้าที่ สถานการณ์บานปลายจนต้องเรียกตำรวจ เมื่อเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยพยายามเจรจาและให้เหตุผลกับชายผู้ก่อเหตุ แต่กลับไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ เนื่องจากผู้ก่อเหตุมีอาการมึนเมาจากสุราและมีพฤติกรรมก้าวร้าวมากขึ้นเรื่อยๆ พร้อมทั้งโวยวายเสียงดังจนรบกวนการทำงานของเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์และผู้ป่วยรายอื่นๆ ที่อยู่ในบริเวณห้องฉุกเฉิน เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยจึงตัดสินใจแจ้งเหตุไปยังสถานีตำรวจภูธรเมืองกำแพงเพชร เพื่อขอกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาช่วยเหลือในการควบคุมสถานการณ์และระงับเหตุ หลังจากได้รับแจ้งเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจจากสถานีตำรวจภูธรเมืองกำแพงเพชรได้เดินทางมาถึงที่เกิดเหตุอย่างรวดเร็ว โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจประมาณ 3-4 นาย ร่วมกับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของโรงพยาบาลอีก … Read more