ผู้ว่าฯสงขลาลงพื้นที่เยี่ยมเด็กชาย 13 ปี ถูกแก๊งวัยรุ่นยิงสาหัส มือปืนวัย 16 ปีมอบตัวแล้ว เตรียมตามจับผู้ต้องหาอีก 3 ราย
เหตุการณ์สะเทือนขวัญครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2568 ที่ตำบลบ้านพรุ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา โดยน้องรุจซึ่งเป็นเด็กชายที่กำลังศึกษาอยู่ในวัยเรียน ได้ถูกกลุ่มวัยรุ่นที่มีความขัดแย้งกันรุมทำร้ายด้วยอาวุธปืน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมีความรุนแรงเป็นอย่างมาก จนทำให้เด็กชายผู้นี้ได้รับบาดเจ็บสาหัส จากการถูกยิงด้วยกระสุนปืนหลายนัด ทำให้ต้องเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน จากการตรวจสอบของแพทย์พบว่า น้องรุจได้รับกระสุนปืนเข้าร่างกายทั้งสิ้น 7 นัด ซึ่งเป็นจำนวนที่มากและอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ ทีมแพทย์ได้ทำการผ่าตัดเพื่อนำกระสุนออกจากร่างกายของเด็กชายไปแล้วทั้งสิ้น 6 นัด แต่ยังคงมีกระสุนปืนเหลืออยู่อีก 1 นัด ซึ่งอยู่ในบริเวณหน้าอกด้านซ้าย ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษในการผ่าตัด ทางทีมแพทย์จึงได้กำหนดให้มีการผ่าตัดอีกครั้งในวันที่ 15 ตุลาคม เพื่อนำกระสุนนัดสุดท้ายออกจากร่างกาย สภาพอาการปัจจุบันของผู้ป่วย แม้ว่าจะได้รับบาดเจ็บอย่างรุนแรง แต่จากการรายงานของทีมแพทย์และการเยี่ยมของผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ปรากฏว่าอาการของน้องรุจดีขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป ซึ่งถือเป็นข่าวดีที่ทำให้ครอบครัวและผู้ที่เกี่ยวข้องรู้สึกโล่งใจขึ้นมาบ้าง ขณะนี้ผู้ป่วยสามารถรับประทานอาหารได้แล้ว ซึ่งแสดงให้เห็นว่าร่างกายเริ่มตอบสนองต่อการรักษาเป็นอย่างดี อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวอย่างสมบูรณ์ยังคงต้องใช้เวลาและการดูแลอย่างใกล้ชิดจากทีมแพทย์และพยาบาล การเข้าเยี่ยมของผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลาในครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการแสดงความห่วงใยเท่านั้น แต่ยังเป็นการแสดงให้เห็นถึงความจริงจังของภาครัฐในการดูแลเยาวชนที่ตกเป็นเหยื่อของความรุนแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเป็นเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับอาวุธปืนและกลุ่มวัยรุ่นที่มีพฤติกรรมเสี่ยง การสั่งการของผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ในระหว่างการเยี่ยมชม นายโชตินรินทร์ เกิดสม ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ได้กำชับให้สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสงขลาเข้ามาดูแลกรณีนี้เป็นพิเศษ เนื่องจากเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับเยาวชนซึ่งถือเป็นเรื่องที่มีความละเอียดอ่อนและต้องการการจัดการอย่างรอบคอบ ผู้ว่าราชการจังหวัดได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการจัดทีมสหวิชาชีพเข้ามาให้การเยียวยาและดูแลทั้งในด้านร่างกายและจิตใจของเหยื่อ การดูแลทางจิตใจในกรณีนี้มีความสำคัญไม่แพ้การรักษาทางร่างกาย เนื่องจากเด็กที่ผ่านเหตุการณ์ความรุนแรงอาจมีผลกระทบทางจิตใจระยะยาวได้ อาทิ โรคเครียดหลังเหตุการณ์สะเทือนขวัญ (PTSD) … Read more