สมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์กำหนดแนวทางปฏิบัติ ถวายอาลัย “สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง” เน้นย้ำความสำรวมตลอดระยะเวลาไว้ทุกข์ 1 ปี

สมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์แห่งประเทศไทย (The Society of Online News Publishers – SONP) ได้ออกแนวทางปฏิบัติอย่างเป็นทางการสำหรับสมาชิกทุกองค์กร เพื่อร่วมแสดงความจงรักภักดีและถวายความอาลัยต่อสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่เสด็จสวรรคต โดยกำหนดแนวทางการนำเสนอข่าวสารและเนื้อหาบนแพลตฟอร์มออนไลน์อย่างเหมาะสม สอดคล้องกับประกาศของสำนักพระราชวังและพระบรมราชโองการของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้มีการจัดการพระศพถวายพระเกียรติยศสูงสุดตามราชประเพณี แนวทางดังกล่าวมีผลบังคับใช้ตลอดระยะเวลาไว้ทุกข์ 1 ปี นับตั้งแต่วันที่เสด็จสวรรคตเป็นต้นไป เพื่อให้สื่อมวลชนออนไลน์ทุกแห่งสามารถนำเสนอข่าวสารและเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับสถาบันพระมหากษัตริย์ได้อย่างถูกต้อง เหมาะสม และสอดคล้องกับความรู้สึกของพสกนิกรชาวไทยที่มีต่อสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงเป็นมารดาแห่งแผ่นดินที่ทรงคุณูปการต่อประเทศชาติและปวงชนชาวไทยอย่างหาที่สุดมิได้ พระบรมราชโองการกำหนดระยะเวลาไว้ทุกข์และพระราชพิธีตามราชประเพณี ตามที่สำนักพระราชวังได้ประกาศอย่างเป็นทางการว่า สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จสวรรคต พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สำนักพระราชวังจัดการพระศพถวายพระเกียรติยศสูงสุดตามราชประเพณี โดยจะมีการประดิษฐานพระศพ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ซึ่งเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และสำคัญยิ่งในการประกอบพระราชพิธีที่ยิ่งใหญ่ตามราชประเพณีโบราณ พระบรมราชโองการยังทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้พระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ และข้าทูลละอองธุลีพระบาทในราชสำนักทุกคน ไว้ทุกข์ถวายเป็นระยะเวลา 1 ปี เต็ม นับตั้งแต่วันที่เสด็จสวรรคตเป็นต้นไป การกำหนดระยะเวลาไว้ทุกข์นี้สะท้อนถึงพระมหากรุณาธิคุณและพระราชานุสรณ์อันยิ่งใหญ่ที่สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวงทรงมีต่อประเทศชาติและปวงชนชาวไทย ตลอดพระชนม์ชีพอันยาวนานกว่า 92 พรรษา การไว้ทุกข์เป็นเวลา 1 ปีเต็มนั้น ถือเป็นระยะเวลาที่เหมาะสมสำหรับให้ปวงชนชาวไทยได้ร่วมแสดงความอาลัย ระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ และร่วมบำเพ็ญกุศลถวายแด่สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงเป็นแม่ของแผ่นดินที่ทรงอุทิศพระวรกายเพื่อความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชนตลอดรัชสมัย … Read more

ไทย-กัมพูชา บรรลุข้อตกลงสำคัญ ถอนอาวุธหนักออกจากพื้นที่ชายแดนขัดแย้ง พร้อมเปิดทางอาเซียนเข้าสังเกตการณ์

ความตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชาที่ผ่านมาได้ก้าวสู่จุดเปลี่ยนสำคัญ หลังจากผู้บัญชาการระดับสูงของทั้งสองประเทศบรรลุข้อตกลงในการถอนอาวุธหนักและอาวุธยิงทำลายออกจากพื้นที่ที่มีความขัดแย้ง พร้อมเปิดทางให้คณะผู้สังเกตการณ์จากอาเซียนเข้ามาติดตามสถานการณ์ เพื่อสร้างเสถียรภาพและความมั่นคงตามแนวชายแดนอย่างยั่งยืน พลตำรวจเอก วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ได้เปิดเผยรายละเอียดความคืบหน้าสำคัญนี้ต่อสื่อมวลชน ภายหลังการประชุมหารือระดับสูงระหว่างแม่ทัพภาคที่ 2 ของไทยและผู้บัญชาการภูมิภาคทหารที่ 4 ของกัมพูชา ซึ่งจัดขึ้น ณ จุดผ่านแดนช่องจอม อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ เมื่อเวลา 10.30 น. ของวันที่ 25 ตุลาคม 2568 การประชุมครั้งนี้ถือเป็นการแปลงข้อตกลงระดับนโยบายสู่การปฏิบัติจริงอย่างเป็นรูปธรรม พื้นฐานสำคัญจากการประชุม GBC ครั้งพิเศษที่กัวลาลัมเปอร์ การประชุมหารือที่จุดผ่านแดนช่องจอมในครั้งนี้มิใช่เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่เป็นผลสืบเนื่องมาจากการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (General Border Committee – GBC) ไทย-กัมพูชา สมัยพิเศษครั้งที่ 2 ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 20-23 ตุลาคม 2568 ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ซึ่งถือเป็นการประชุมสำคัญที่มีผู้แทนระดับสูงจากทั้งสองประเทศเข้าร่วมเพื่อหาทางออกให้กับสถานการณ์ความตึงเครียดตามแนวชายแดน ในการประชุมที่กัวลาลัมเปอร์ ทั้งสองฝ่ายได้ร่วมกันจัดทำและเห็นชอบ “แผนปฏิบัติการ” หรือ Action Plan ที่เกี่ยวกับการปรับอาวุธหนักและอาวุธที่มีขีดความสามารถในการยิงทำลายออกจากพื้นที่ที่มีความขัดแย้ง … Read more

ทหารจับชาวกัมพูชา 5 คน ลอบข้ามแดนหนีความอดอยาก จ่ายค่านำพา 3,500 บาท ว่ายน้ำข้ามคลองเข้าไทยหางานทำ – เจ้าหน้าที่ใจดีต้มมาม่าให้กิน-เอานมประทังชีวิตเด็ก 6 ขวบ

เจ้าหน้าที่กองกำลังบูรพา ฉก.คลองหาด ร่วมกับ ชุดเฉพาะกิจทหารพรานที่ 12 โดย ร้อยทหารพรานที่ 1203 ได้ดำเนินการจัดกำลังพลออกลาดตระเวนตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ในพื้นที่อำเภอคลองหาด จังหวัดสระแก้ว ซึ่งเป็นพื้นที่ชายแดนที่มีการเฝ้าระวังอย่างเข้มงวด เนื่องจากเป็นเส้นทางที่มีการลักลอบข้ามแดนอยู่เป็นประจำ โดยเจ้าหน้าที่ได้ร่วมมือกับหน่วยรักษาความมั่นคงภายในภาค 2 พันเอก 3 กองร้อย ทำการลาดตระเวนและเฝ้าตรวจพื้นที่รับผิดชอบตามปกติ ในช่วงบ่ายของวันดังกล่าว ขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังลาดตระเวนในเขตพื้นที่รับผิดชอบ ได้พบเห็นกลุ่มบุคคลต้องสงสัยจำนวน 5 คน กำลังเดินลัดเลาะเข้ามาตามเส้นทางการเกษตรในไร่อ้อย บริเวณรอยต่อคลองน้ำใส ท้ายหมู่บ้านหนองปรือ ตำบลผ่านศึก อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว โดยทั้งหมดมีท่าทางผิดปกติ แบกสัมภาระเดินทาง และพยายามหลบซ่อนตัว เจ้าหน้าที่จึงได้เข้าไปตรวจสอบและเรียกให้กลุ่มบุคคลดังกล่าวหยุด รายละเอียดผู้ถูกจับกุม – ครอบครัวญาติพี่น้อง 5 คน เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบพบว่า กลุ่มบุคคลที่ถูกจับกุมทั้งหมดเป็นชาวกัมพูชา จำนวน 5 คน ประกอบด้วยผู้ใหญ่ 4 คน และเด็กหญิงอายุเพียง 6 ขวบ 1 คน โดยทั้งหมดเป็นญาติพี่น้องในครอบครัวเดียวกัน ซึ่งตัดสินใจพากันเดินทางเข้ามาในประเทศไทยอย่างผิดกฎหมาย พวกเขาแบกสัมภาระเดินทางมาด้วยความเหนื่อยล้า … Read more

ยาย 76 ปี ถูกสแกมเมอร์ข่มขู่ครั้งที่ 3 เครียดหนัก ปั่นจักรยาน 4 กม. หาตำรวจขอความช่วยเหลือ กลัวเงินในบัญชีถูกดูด

นางอุบล โลห์สุวรรณ อายุ 76 ปี อาศัยอยู่ที่บ้านสี่เหลี่ยม ตำบลเจริญสุข อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดบุรีรัมย์ เล่าว่า เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2568 ตนได้ตัดสินใจปั่นจักรยานไปพบ ร.ต.ต.หนึ่ง ไชยมงคล รองสารวัตรสืบสวนสถานีตำรวจภูธรเฉลิมพระเกียรติ ถึงที่บ้านพัก ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านของตนประมาณ 4 กิโลเมตร เพราะอยู่ในสภาวะที่เครียดและกังวลใจอย่างมากจากการถูกแก๊งมอดโกงโทรศัพท์มาหลอกลวง แม้ว่าระยะทาง 4 กิโลเมตรอาจไม่ไกลนักสำหรับคนทั่วไป แต่สำหรับหญิงสูงวัยที่มีอายุ 76 ปี และมีโรคประจำตัวหลายอย่าง การปั่นจักรยานระยะทางนี้ถือเป็นความพยายามอย่างมากที่แสดงให้เห็นถึงความหวาดกลัวและความต้องการความช่วยเหลืออย่างแท้จริง นางอุบลเลือกที่จะไปพบ ร.ต.ต.หนึ่ง เพราะเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ตนรู้จักและไว้วางใจ มั่นใจว่าจะได้รับคำแนะนำและความช่วยเหลือที่ถูกต้อง รายละเอียดการถูกหลอกครั้งล่าสุด – อ้างมีเงิน 1 ล้านบาทโอนเข้าบัญชี ตามที่นางอุบลเล่าให้ตำรวจฟังว่า เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา มีโทรศัพท์ปริศนาโทรเข้ามา โดยผู้โทรอ้างตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่ธนาคารแห่งหนึ่งในจังหวัดชัยภูมิ บอกกับตนว่ามีเงินจำนวนหนึ่งล้านบาทจากบัญชีม้าถูกโอนเข้ามาในบัญชีธนาคารของตน ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าสงสัยและผิดปกติ ผู้โทรได้สั่งการให้นางอุบลดำเนินการหลายอย่าง ได้แก่ ให้ส่งข้อมูลบัญชีธนาคารทุกธนาคารที่มีอยู่เข้าไปให้เพื่อตรวจสอบ และที่สำคัญคือให้เดินทางไปที่ธนาคารในจังหวัดชัยภูมิภายในเวลา 2 … Read more

มิตรภาพ 20 ปีแตกสลาย! หนุ่มใจดีช่วยออกรถให้เพื่อนทำงาน ถูกเชิดรถหนีเงียบ-ติดต่อไม่ได้

เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2568 นายจิรายุทธ วรารักษ์ อายุ 30 ปี อาชีพไรเดอร์ส่งอาหาร ได้เดินทางมายังสถานีตำรวจภูธรปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี เพื่อแจ้งความกับ พันตำรวจโท ธรณินทร์ พุ่มสุวรรณ สารวัตรฝ่ายสอบสวน ในข้อหาเชิดทรัพย์ โดยมีผู้ต้องหาคือนายอภิวัฒน์ (นามสมมติเพื่อปกปิดตัวตน) ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทที่รู้จักคุ้นเคยกันมาตั้งแต่วัยเด็ก คาดว่ามีอายุความสัมพันธ์ยาวนานกว่า 20 ปี จากการสอบถาม พบว่านายจิรายุทธ ได้รับความเสียหายจากการที่เพื่อนสนิทของเขานำรถจักรยานยนต์ที่ตนเป็นผู้ออกชื่อไปใช้ทำงาน แต่หลังจากนั้นกลับหายตัวไปพร้อมกับรถ ไม่สามารถติดต่อได้ทุกช่องทาง ทั้งโทรศัพท์ โซเชียลมีเดีย หรือแม้แต่การไปพบที่บ้าน สร้างความเดือดร้อนและความกังวลใจอย่างมากต่อผู้เสียหาย ความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้น – จากเด็กจนโต นายจิรายุทธ เปิดเผยถึงความสัมพันธ์ระหว่างเขากับนายอภิวัฒน์ว่า ทั้งสองคนรู้จักกันมาตั้งแต่สมัยเด็ก เติบโตมาด้วยกันในละแวกเดียวกัน ผ่านเหตุการณ์ต่างๆ ในชีวิตมาด้วยกันมากมาย จนถือได้ว่าเป็นเพื่อนสนิทที่ไว้วางใจกันอย่างมาก ตลอดระยะเวลากว่า 20 ปีที่ผ่านมา ทั้งสองต่างก็ดูแลช่วยเหลือกันเมื่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีปัญหา ไม่เคยคิดว่าจะมีวันที่ความสัมพันธ์อันดีนี้จะต้องมาสิ้นสุดลงด้วยเหตุการณ์ที่น่าเสียดาย ด้วยความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นเช่นนี้ จึงทำให้นายจิรายุทธ ไม่สงสัยหรือระแวดระวังใดๆ เมื่อเพื่อนสนิทของเขามาขอความช่วยเหลือ ในทางกลับกัน เขากลับพร้อมที่จะเป็นกำลังใจและช่วยเหลือเพื่อนให้ผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากไปได้ โดยไม่คิดว่าความไว้วางใจที่มอบให้จะกลับกลายเป็นบททดสอบที่โหดร้าย … Read more

ตำรวจลุมพินีช่วย 3 นักเรียนเล่นดนตรีขอทานบนสกายวอล์ก ประสาน พม.หาพื้นที่แสดงความสามารถที่เหมาะสม

กรณีเด็กนักเรียนกลุ่มหนึ่งนำความสามารถทางดนตรีมาแสดงและขอรับบริจาคเงินบนทางเชื่อมสกายวอล์ก บริเวณแยกราชประสงค์ ก่อให้เกิดกระแสในโลกออนไลน์ หลังเพจเฟซบุ๊กดังเผยแพร่ภาพเหตุการณ์ ล่าสุดตำรวจนครบาลได้เข้าดำเนินการช่วยเหลือตามมาตรการคุ้มครองเด็กและเยาวชน พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหาทางออกที่เหมาะสมให้กับเยาวชนกลุ่มนี้ ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลลุมพินี เข้าตรวจสอบกรณีที่มีการเผยแพร่ภาพผ่านเพจเฟซบุ๊ก “drama addict” ภาพที่เผยแพร่แสดงให้เห็นเด็กและเยาวชนชายจำนวน 1 ราย สวมเครื่องแบบนักเรียนสีขาวกำลังเป่าขลุ่ย มีกล่องรับเงินบริจาควางอยู่ด้านหน้า ณ บริเวณทางเชื่อมสกายวอล์ก (Sky Walk) บริเวณแยกราชประสongค์ ถนนพระราม 1 แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีประชาชนและนักท่องเที่ยวสัญจรไปมาจำนวนมากตลอดเวลา พื้นที่เสี่ยง เป็นจุดเชื่อมต่อสถานีรถไฟฟ้าหลายสาย จากการตรวจสอบพบว่า บริเวณทางเชื่อมสกายวอล์กแห่งนี้เป็นทางเชื่อมระหว่างสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสหลายสถานี มีเส้นทางต่อเนื่องครอบคลุมพื้นที่รับผิดชอบของสถานีตำรวจนครบาลปทุมวัน และสถานีตำรวจนครบาลลุมพินี มีประชาชนและนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเดินทางผ่านไปมาอย่างพลุกพล่านตลอดทั้งวัน โดยเฉพาะในช่วงเวลาเร่งด่วนและช่วงเย็น ด้วยลักษณะพื้นที่ดังกล่าว จึงมีกลุ่มมิจฉาชีพหรือผู้ที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมหลายประเภทแฝงตัวเข้ามาก่อเหตุ อาทิ แก๊งล้วงกระเป๋า ผู้ขอทาน คนเร่ร่อน และผู้แสดงความสามารถเพื่อขอรับบริจาคเงินโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของประเทศ ระบบเครือข่ายความปลอดภัย การทำงานร่วมกับภาคเอกชน เพื่อรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าว สถานีตำรวจนครบาลลุมพินีได้จัดตั้งกลุ่มไลน์ชื่อว่า “Guards และ รปภ.” ซึ่งมีสมาชิกกว่า 350 ราย ประกอบด้วยเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยจากห้างสรรพสินค้า อาคารสำนักงาน โรงแรม … Read more

วัยรุ่นยกพวกปะทะกลางซอยแบริ่ง 48 ยิงปืน-ปาระเบิด หญิงเก็บของเก่าถูกลูกหลงทะลุหัวสาหัส

เหตุการณ์ความไม่สงบครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลา 02.40 น. ของวันที่ 17 ตุลาคม 2568 บริเวณภายในซอยแบริ่ง 48 ตำบลสำโรงเหนือ อำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งเป็นพื้นที่ชุมชนที่มีผู้คนอาศัยอยู่หนาแน่น โดย พ.ต.ท.สมชาย อินทร์งาม รองผู้กำกับการฝ่ายสอบสวน สถานีตำรวจภูธรสำโรงเหนือ ได้รับแจ้งเหตุจากประชาชนในพื้นที่ว่ามีหญิงคนหนึ่งถูกยิงและได้รับบาดเจ็บสาหัส หลังจากได้รับแจ้งเหตุ พ.ต.ท.สมชาย พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนและเจ้าหน้าที่อาสากู้ภัยจากมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้เดินทางไปยังที่เกิดเหตุอย่างรวดเร็ว เพื่อให้ความช่วยเหลือและตรวจสอบสถานการณ์ ภาพที่ปรากฏต่อหน้าเจ้าหน้าที่เป็นภาพที่น่าสะเทือนใจ เมื่อพบผู้หญิงคนหนึ่งนอนคว่ำหน้าอยู่บนพื้นถนนภายในซอย มีเลือดไหลออกมาจำนวนมากจากบาดแผลที่ศีรษะ สภาพของผู้บาดเจ็บอยู่ในระหว่างหมดสติและมีอาการสาหัสมาก ข้อมูลผู้ประสบเหตุและสภาพบาดเจ็บ ผู้ประสบเหตุที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสในครั้งนี้ ต่อมาทราบชื่อว่า นางทองจันทร์ อายุ 50 ปี ประกอบอาชีพเก็บของเก่า ซึ่งเป็นอาชีพที่หาเลี้ยงชีพในแต่ละวัน โดยนางทองจันทร์มักจะออกมาเก็บของเก่าตามซอกซอยต่างๆ ในช่วงกลางคืนถึงเช้าตรู่ เพื่อนำไปขายหาเลี้ยงชีพ ในคืนที่เกิดเหตุนั้น นางทองจันทร์ได้ออกมาเก็บของเก่าตามปกติพร้อมกับรถเข็นที่ใช้บรรทุกของเก่าของเธอ สภาพของผู้บาดเจ็บในขณะที่เจ้าหน้าที่พบเห็นนั้นอยู่ในสภาวะที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง นางทองจันทร์นอนคว่ำหน้าอยู่บนพื้นถนน มีบาดแผลจากกระสุนปืนเข้าที่บริเวณศีรษะด้านซ้าย จำนวน 1 นัด กระสุนได้ทะลุเข้าไปในกะโหลกศีรษะ ทำให้เกิดการบาดเจ็บอย่างรุนแรง เลือดไหลออกมาจำนวนมากจากบาดแผล ผู้บาดเจ็บอยู่ในภาวะหมดสติและมีอาการสาหัสมาก เจ้าหน้าที่กู้ชีพได้เร่งทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้นอย่างเร่งด่วนเพื่อช่วยชีวิต ก่อนที่จะรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลสมุทรปราการ ซึ่งเป็นโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้ที่สุดเพื่อรักษาตัวต่อไป … Read more

รวบไรเดอร์ลักกระเป๋าสตางค์พ่อครัวร้านอาหาร อ้างอารมณ์ชั่ววูบขณะรอรับออเดอร์ ย่านราชพฤกษ์-นนทบุรี

คดีนี้เริ่มต้นจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนวันที่ 14 ตุลาคม 2568 ในร้านอาหารแห่งหนึ่งบริเวณย่านราชพฤกษ์ ตำบลบางพลับ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีร้านอาหารและกิจการค้าขายหนาแน่น มีการเรียกใช้บริการไรเดอร์ส่งอาหารเป็นประจำทุกวัน โดยเฉพาะช่วงเวลากลางคืนที่มีออเดอร์อาหารจำนวนมาก รายละเอียดเหตุการณ์ตามภาพกล้องวงจรปิด จากการตรวจสอบภาพบันทึกจากกล้องวงจรปิดของร้านอาหาร พบว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นในเวลาประมาณ 02.46 น. ของวันที่ 14 ตุลาคม 2568 ขณะที่ร้านอาหารยังคงเปิดให้บริการลูกค้าในช่วงดึก มีไรเดอร์ส่งอาหารชายคนหนึ่งสวมเสื้อเครื่องแบบของแพลตฟอร์มส่งอาหารชื่อดัง (Line Man) ขับรถจักรยานยนต์มาจอดที่หน้าร้าน แล้วเดินเข้าไปภายในร้านเพื่อรับออเดอร์อาหารที่ลูกค้าสั่งผ่านแอปพลิเคชัน แทนที่จะรอรับอาหารบริเวณด้านหน้าร้านตามปกติ ไรเดอร์รายนี้กลับเดินเข้าไปยังบริเวณครัวด้านหลังของร้าน ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ร้านอาหารไม่อนุญาตให้บุคคลภายนอกเข้าถึง ในขณะที่พนักงานและพ่อครัวกำลังยุ่งอยู่กับการเตรียมอาหาร ไรเดอร์รายนี้มองเห็นกระเป๋าสตางค์สีดำยี่ห้อ JACOB วางอยู่บนโต๊ะเตรียมอาหาร จึงใช้โอกาสที่ไม่มีใครสังเกตเห็น รีบหยิบกระเป๋าสตางค์ใส่เข้าไปในกระเป๋าเสื้อของตนเองอย่างรวดเร็ว หลังจากนั้นไม่นาน ผู้ต้องหาได้รับออเดอร์อาหารจากพนักงาน แล้วเดินออกจากร้านไปอย่างสงบราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ก่อนขึ่นรถจักรยานยนต์หลบหนีไปจากที่เกิดเหตุทันที การกระทำทั้งหมดใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที แสดงให้เห็นถึงความมั่นใจและการวางแผนที่รวดเร็วของผู้กระทำผิด การแจ้งความและเริ่มต้นการสืบสวน เมื่อนายเอ (นามสมมติ) พ่อครัวร้านอาหารวัย 36 ปี ผู้เป็นเจ้าของกระเป๋าสตางค์ กลับมาพบว่ากระเป๋าสตางค์ของตนหายไปจากที่วางไว้ จึงรีบแจ้งเจ้าของร้านและเพื่อนร่วมงาน ทุกคนช่วยกันค้นหาในบริเวณต่างๆ ของร้าน แต่ไม่พบกระเป๋าสตางค์ดังกล่าว จึงได้ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดและพบว่ามีไรเดอร์คนหนึ่งเข้ามาในครัวและมีพฤติกรรมน่าสงสัย นายเอ … Read more

ระทึก! ศึกธุรกิจร้านอาหารตามสั่ง ลูกเขยควงมีดบุกข่มขู่คู่แข่ง กล่าวหาแย่งลูกค้า นักศึกษาตกใจวิ่งหนีตาย

ร.ต.อ.ณัฐวัตร ละดาวัลย์ รอง สวป.สภ.เมืองอุดรธานี ได้รับแจ้งเหตุการณ์ทะเลาะวิวาทที่เกิดขึ้นภายในร้านค้าสวัสดิการมณฑลทหารบกที่ 24 ซึ่งตั้งอยู่บริเวณตรงข้ามมหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี ซอยทองคำอุทิศ ถนนทหาร เขตเทศบาลนครอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี จึงได้นำกำลังสายตรวจออกไปตรวจสอบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางไปถึงที่เกิดเหตุ พบว่าสถานที่เกิดเหตุเป็นโดมขนาดใหญ่ที่มีร้านอาหารตามสั่งตั้งอยู่ภายในโดมประมาณ 10 ร้าน โดยร้านอาหารเหล่านี้แบ่งออกเป็น 2 ฝั่ง มีการจัดวางเป็นระเบียบเพื่อรองรับลูกค้าที่ส่วนใหญ่เป็นนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยใกล้เคียง ในจำนวนร้านค้าทั้งหมดภายในโดม มีร้านอาหารตามสั่งสองร้านที่กลายเป็นจุดศูนย์กลางของเหตุการณ์ครั้งนี้ ได้แก่ ร้านอาหารตามสั่ง “ส.สมาร์ช” และร้านอาหารตามสั่ง “ครัวแม่ต่าย” ซึ่งทั้งสองร้านตั้งอยู่ตรงข้ามกัน และได้มีการโต้เถียงกันอย่างรุนแรงจนทำให้เจ้าหน้าที่ต้องเข้าไปพยายามห้ามปรามทั้งสองฝ่าย เจ้าหน้าที่ตำรวจที่เดินทางมาถึงที่เกิดเหตุได้พบว่ายังคงมีบรรยากาศของความตึงเครียดระหว่างเจ้าของร้านทั้งสองฝ่าย โดยมีการนำเสนอหลักฐานต่างๆ มากมายเพื่อแสดงให้เห็นถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง รวมถึงภาพจากกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งไว้ภายในบริเวณโดม และคลิปวิดีโอที่ผู้พบเห็นเหตุการณ์ได้บันทึกไว้เป็นหลักฐาน ภาพจากกล้องวงจรปิดเผยเหตุการณ์สุดระทึก จากการตรวจสอบภาพบันทึกจากกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งไว้ภายในโดม ได้เผยให้เห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างชัดเจน โดยในช่วงเวลาที่เกิดเหตุ มีลูกค้าที่เป็นนักศึกษาจำนวนประมาณ 14 คน กำลังนั่งรับประทานอาหารภายในร้าน “ส.สมาร์ช” อย่างสบายๆ โดยไม่รู้เลยว่าจะมีเหตุการณ์ที่น่าตกใจเกิดขึ้น จากนั้นไม่นานนัก ภาพจากกล้องได้บันทึกชายคนหนึ่งขี่จักรยานยนต์มาจอดบริเวณหน้าร้าน ชายคนดังกล่าวได้ลงจากรถและเดินเข้าไปภายในร้าน “ครัวแม่ต่าย” ซึ่งเป็นร้านที่ตั้งอยู่ตรงข้ามกับร้าน “ส.สมาร์ช” จากนั้นชายคนนี้ได้หยิบมีดสปาต้าขึ้นมา ก่อนที่จะเดินเข้าไปข่มขู่เจ้าของร้าน “ส.สมาร์ช” ในทันที … Read more

ช่วยชีวิตผู้ขับเทสลาพุ่งตกคลอง รถจมมิดน้ำ ได้ยินเสียงทุบกระจกจากข้างใน ทำ CPR นาน 30 นาที แต่สุดท้ายไม่อาจยื้อชีวิตไว้ได้

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 05.30 น. ในวันที่ 15 ตุลาคม 2568 เมื่อ ร.ต.อ.สายชล อดใจ รองสารวัตรสอบสวน สถานีตำรวจภูธรหนองเสือ ได้รับแจ้งเหตุจากประชาชนว่ามีรถยนต์เก๋งคันหนึ่งเสียหลักพุ่งตกลงไปในคลองบริเวณถนนเลียบคลอง 10 หมู่ที่ 4 ตำบลบึงบา อำเภอหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงรีบนำกำลังเจ้าหน้าที่ประกอบด้วยเจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญูและแพทย์เวรจากโรงพยาบาลหนองเสือรุดเข้าไปยังที่เกิดเหตุทันที เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางถึงพบว่าสถานการณ์ค่อนข้างวิกฤต เนื่องจากรถยนต์คันดังกล่าวได้จมลงไปใต้น้ำจนมิดคันแล้ว รถยนต์ที่เกิดเหตุคือรถยนต์ไฟฟ้ายี่ห้อเทสลา รุ่น Model 3 ป้ายทะเบียนจังหวัดกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่มีราคาค่อนข้างสูงและมีระบบความปลอดภัยทันสมัย แต่ในสถานการณ์ที่รถตกน้ำจมลึกเช่นนี้ ระบบความปลอดภัยต่างๆ กลับไม่สามารถช่วยเหลือผู้โดยสารได้อย่างเต็มที่ พลเมืองดีเล่าประสบการณ์สุดระทึก ได้ยินเสียงทุบกระจกจากข้างใน นายอดิศักดิ์ เหมือนโพทอง พลเมืองดีที่เข้าช่วยเหลือในครั้งนี้ได้ให้สัมภาษณ์ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า ตนเองและเพื่อนที่เป็นอาสาสมัครกู้ภัยได้พบเห็นเหตุการณ์ดังกล่าว จึงรีบเข้าไปช่วยเหลือทันที แต่ในขณะนั้นรถยนต์คันดังกล่าวได้จมลงไปในน้ำจนมิดคันแล้ว สถานการณ์ดูน่าตกใจและวิกฤตมาก สิ่งที่สร้างความหวังให้กับทีมช่วยเหลือในขณะนั้นคือระหว่างที่กำลังพยายามเข้าไปช่วยเหลือ นายอดิศักดิ์และทีมได้ยินเสียงทุบกระจกดังมาจากภายในตัวรถ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าผู้ประสบเหตุยังมีชีวิตอยู่และกำลังพยายามหาทางออกมาจากรถที่กำลังจมอยู่ “ผมและเพื่อนๆ ได้ยินเสียงทุบกระจกจากภายในรถชัดเจนมาก ตอนนั้นรู้สึกว่ายังมีความหวังที่จะช่วยชีวิตเขาได้” นายอดิศักดิ์เล่าด้วยน้ำเสียงที่เศร้าสลด “เราจึงรีบใช้อุปกรณ์ทุบกระจกรถที่เรียกว่าตัวยิงกระจก เข้าไปยิงที่บริเวณหลังคารถเพื่อสร้างช่องทางให้ผู้ประสบเหตุหนีออกมาได้” การช่วยเหลือที่ยากลำบาก ต้องทุบกระจกที่หลังคารถ ทีมช่วยเหลือประกอบด้วยพลเมืองดีและอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญูได้ประสานงานกันอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ พวกเขาใช้อุปกรณ์ตัวยิงกระจกซึ่งเป็นอุปกรณ์พิเศษสำหรับทำลายกระจกรถยนต์ในสถานการณ์ฉุกเฉิน เข้ายิงที่บริเวณกระจกหลังคารถเก๋ง การทุบกระจกที่หลังคารถเป็นวิธีการที่ถูกต้องในสถานการณ์เช่นนี้ … Read more