“วุ้นเส้น” เปิดใจครั้งแรก! ถอยห่าง “นานา” ยืนข้างความถูก – เผยเคยถูกชวนลงทุนหลายครั้งแต่รอดหวุดหวิด

เมื่อดราม่าร้อนระอุระอาในวงการบันเทิงไทยปะทุขึ้นอย่างไม่มีทีท่าว่าจะสงบ กรณีหนี้สินมูลค่ากว่า 400 ล้านบาทที่สั่นสะเทือนทั้งแวดวงนางฟ้า มีชื่อดาราสาวคนหนึ่งที่ถูกชี้หน้าว่าเป็นตัวการในตอนแรก นั่นคือ “วุ้นเส้น วิริฒิพา ภักดีประสงค์” ดาราสาวชื่อดังที่มีผลงานมากมาย ก่อนที่ทุกอย่างจะกลับกลายเป็นว่าคนที่แท้จริงคือ “นานา ไรบีนา” เพื่อนสนิทในกลุ่มเดียวกัน

ล่าสุด วุ้นเส้นได้เปิดใจเป็นครั้งแรกกับสื่อมวลชนในงานแถลงข่าวเปิดตัวแคมเปญความงาม ณ โครงการดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค ออฟฟิศ เล่าถึงช่วงเวลาที่ต้องเผชิญกับข่าวลือและการถูกโจมตีอย่างหนักหน่วง พร้อมเผยเบื้องหลังความสัมพันธ์ที่เปลี่ยนไปกับนานา และเหตุผลที่ทำให้เธอรอดพ้นจากการถูกชวนลงทุนในธุรกิจต่างๆ ที่อาจนำมาซึ่งปัญหาใหญ่หลวงได้

Table of Contents

วินาทีที่โลกพังทลาย – ถูกชี้เป้าว่าเป็นดาราตัวแม่เบี้ยวหนี้

เรื่องราวทั้งหมดเริ่มต้นขึ้นเมื่อมีข่าวลือระบุว่ามีดาราสาวดังในกลุ่มนางฟ้าคนหนึ่งเบี้ยวหนี้เงินจำนวนมหาศาล 400 ล้านบาท ตอนแรกมีการคาดเดาชื่อกันไปมาก่อนที่จะมีคนนำรูปของวุ้นเส้นไปโพสต์ลงในโซเชียลมีดิย์ ทำให้เธอกลายเป็นเป้าของการวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรง

วุ้นเส้นเล่าถึงช่วงเวลานั้นว่า “มันก็เยอะเหมือนกันนะปีที่แล้ว แต่ว่าภูมิคุ้มกันเราก็หลายต่อหลายปี เรื่องที่ผ่านมา มันก็ตกใจจริงค่ะ” เธอบอกว่าตอนนี้สภาพจิตใจดีขึ้นตามเวลา แต่ก็ยังค่อยๆ ใช้เวลาในการฟื้นตัว เพราะทุกอย่างเป็นสิ่งที่ทุกคนตกใจกันหมด

สิ่งที่ทำให้สถานการณ์แย่ลงไปอีกคือ วุ้นเส้นไม่ได้รับรู้เรื่องราวล่วงหน้าเท่าไรนัก เธอเล่าว่า “เราก็ตั้งรับไม่ค่อยทัน แต่ก็รู้เรื่องมาก่อนบ้าง ก็ไม่คิดว่าจะเป็นข่าวตอนนั้นก็คิดว่าจะเคลียร์กันหลังบ้าน แต่พอเป็นข่าวก็ตกใจเพราะว่าเป็นก่อน เป็นดิฉันก่อน”

ช่วงเวลาที่อาหารไม่อร่อย – ข่าวมาไม่ทันตั้งตัว

วุ้นเส้นเล่าถึงวินาทีที่เธอเห็นข่าวเป็นครั้งแรกว่า เธอกำลังนั่งกินข้าวอยู่ และทันใดนั้นก็พบว่ามีข่าวเกี่ยวกับตัวเธอแพร่กระจายไปทั่ว “กำลังกินข้าวอยู่เลยตอนนั้นทำไมอาหารเริ่มไม่อร่อยแล้ว ข่าวอะไร” เธอบอกด้วยความรู้สึกผสมปนเปกันระหว่างช็อกและไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น

ดาราสาวผู้นี้อธิบายว่า การที่ชื่อของเธอถูกหยิบยกขึ้นมานั้น น่าจะเกิดจากการคาดเดาของคนในโซเชียลมีดีย ที่เห็นว่ามีการพูดถึง “แก๊งนี้” และมีการคอมเมนต์เดากันไปมาว่าจะเป็นใครในกลุ่ม “เหมือนมีคอมเมนต์มากกว่าว่า เอ๊ะ หรือจะคนนั้นคนนี้ แจ็กพอตก็เลยตกเป็นเรา”

ในตอนแรก วุ้นเส้นยังค่อนข้างชิลๆ อยู่ เพราะคิดว่าเป็นเพียงการคาดเดาทั่วไป แต่เมื่อเวลาผ่านไปและมีการนำรูปของเธอไปลงในโซเชียลมีดีย เธอรู้สึกว่าเรื่องนี้ “มันอาจจะล้ำเส้นนิดนึง เกินไปนิดนึง” อย่างไรก็ตาม โชคดีที่ไม่ถึง 24 ชั่วโมง ทุกอย่างก็กลับมาเป็นปกติเมื่อมีข่าวใหม่ออกมาชี้แจงว่าตัวการที่แท้จริงไม่ใช่วุ้นเส้น

หนีไปญี่ปุ่น – พักผ่อนห่างจากความวุ่นวาย

ช่วงเวลาที่ข่าวระเบิด วุ้นเส้นบินไปญี่ปุ่นพอดี เธอจึงได้พักผ่อนและไม่ได้อัปเดตเรื่องราวที่เกิดขึ้นในเมืองไทยมากนัก แต่ก็ได้รับข้อมูลจากเพื่อนๆ เรื่อยๆ “ดีเทลที่ผ่านมาเราอัปเดตจากเพื่อนๆ เรื่อยๆ อยู่แล้ว ทุกคนก็บอก เฮ้ย ทำไมเป็นเราได้”

วุ้นเส้นเล่าว่า เธอบอกกับเพื่อนๆ ว่าคนที่โพสต์ข่าวคงเดากันมั้ง และถ้าเป็นการเดาด้วยอักษรย่อเธอยังเข้าใจได้ แต่การนำรูปไปลงนั้นเธอรู้สึกว่าเกินไปจริงๆ อย่างไรก็ตาม เธอมองในแง่ดีว่า มีคนช่วยกันแชร์ในเรื่องของเธอว่ามันไม่ใช่เรื่องจริง และให้กำลังใจเธอเยอะมาก “ก็ถือว่ามองด้านบวกไว้ก่อนเพราะว่าโลกมันเครียดเยอะแล้ว ก็เลยมองแบบนี้”

ความสัมพันธ์กับนานาที่เปลี่ยนไป – คุยกันน้อยลง

หนึ่งในคำถามสำคัญที่ทุกคนอยากรู้คือ ความสัมพันธ์ระหว่างวุ้นเส้นกับนานา ไรบีนา เป็นอย่างไรหลังจากเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น วุ้นเส้นยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า “ยอมรับว่าตอนหลังๆ ไม่ค่อยได้คุยกันเลยค่ะ คุยน้อย เพราะว่าเริ่มรู้เรื่อง”

เธออธิบายว่า เธออยากให้ทุกคนที่เกี่ยวข้องคุยกันเอง ในส่วนของเธอก็ทำหน้าที่ในแบบที่รับรู้และได้คุยกับนานาหลายๆ อย่างก่อนหน้านี้แล้ว “แต่ว่าสุดท้ายมันเกินความควบคุมที่เราจะช่วยได้แล้ว” วุ้นเส้นกล่าว

สำหรับการที่นานารีโพสต์สตอรี่ช่วยชี้แจงว่าไม่ใช่วุ้นเส้นนั้น วุ้นเส้นบอกว่าช่วงนั้นมีคนรีโพสต์เยอะมาก เธออาจจะไม่ได้เห็นทุกคนด้วย เพราะตอนนั้นอยู่ต่างประเทศจึงเห็นไม่หมด แต่ก็รับรู้ว่ามีการรีโพสต์

จุดยืนที่ชัดเจน – อยู่ข้างความถูกต้อง

วุ้นเส้นมีจุดยืนที่ชัดเจนในเรื่องนี้ เธอบอกว่า “วุ้นยอมรับว่าเรื่องนี้มันเป็นดีเทลที่พูดยากมากเลย เพราะว่ามันเยอะไปหมด” ตอนนี้ทุกอย่างต้องเป็นเรื่องของกฎหมาย และเธอก็เป็นเหมือนคนที่คอยให้กำลังใจเพื่อนๆ ที่กำลังมีปัญหา

“เราก็เป็นเหมือนคนให้กำลังใจเพื่อนๆ มากกว่าว่าโอเคไหม” วุ้นเส้นเล่าว่า เมื่อวานเธอเพิ่งเจอเพื่อนๆ ที่มีปัญหา ก็ให้กำลังใจกัน และเธอมีจุดยืนว่า “เราอยู่ในส่วนของความถูกต้อง เราก็อยากให้ทุกคนที่เดือดร้อนมีกำลังใจและขอให้ผ่านไปได้ด้วยดีทุกฝ่าย”

เมื่อถูกถามว่าเพื่อนได้เงินคืนหรือยัง วุ้นเส้นตอบว่า ตอนนี้ยังไม่ได้อัปเดต เพราะดีเทลพวกนี้ต้องมีทนายคุยกัน เธอจึงไม่รู้ว่าเขาอัปเดตไปถึงไหนแล้ว “แต่ว่าตามที่เห็นในข่าวก็เหมือนกับยังไม่ได้” เธอกล่าว

เหตุผลที่รอดพ้น – ไม่ใช่แค่โชคดี แต่เป็นการบริหารจัดการที่ดี

หนึ่งในคำถามที่น่าสนใจที่สุดคือ ทำไมวุ้นเส้นถึงรอดพ้นจากการถูกชวนลงทุนหรือยืมเงิน ในขณะที่เพื่อนหลายคนในกลุ่มต้องเจอปัญหา วุ้นเส้นตอบอย่างขำๆ ว่า “สาธุ (หัวเราะ) ห้อยพระหรือเปล่า”

จริงๆ แล้ว วุ้นเส้นเป็นคนที่บริหารเรื่องการเงินอยู่แล้ว เธอเป็นคนที่ดูแลและมีการปรึกษากับครอบครัวอยู่เสมอ “ถ้าเกิดมีการทำธุรกิจหรือโอกาสอะไรที่เขาชวนๆ วุ้นก็ดูว่าอะไรที่เป็นไปได้ แล้วก็อะไรที่วุ้นรู้สึกว่าเราเข้าใจและเหมาะสมกับเรา เราถึงทำ แต่อันไหนที่ไม่เข้าใจ ก็ขอผ่านเฉยๆ”

วุ้นเส้นเผยว่า นานาเคยมาชวนเธอทำธุรกิจบ่อยมากและหลายครั้ง เพราะพวกเขารู้จักกันมานาน “ก็จะมีเรื่องของการทำธุรกิจต่างๆ แต่ว่าช่วงนั้นวุ้นก็อาจจะไม่ได้มีเวลาทำเยอะ ก็ไม่ได้ทำอะไร” นี่คือเหตุผลสำคัญที่ทำให้เธอไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้องกับธุรกิจที่อาจนำมาซึ่งปัญหาในภายหลัง

บทบาทผู้ให้กำลังใจ – กอดเพื่อนทุกวัน

วุ้นเส้นเล่าถึงบทบาทของเธอในการดูแลเพื่อนๆ ที่กำลังเจอปัญหาว่า “ต้องกอดกันทุกวัน ให้กำลังใจทุกวัน” เธอยกตัวอย่างว่า เมื่อวานเป็นช่วงวันเกิดของพอลล่า เทเลอร์ ทุกคนสภาพจิตใจก็แย่ เธอจึงต้องปลอบใจเพื่อนบ่อยๆ

“เมื่อวานก็พาไปซาวด์ บาธ ฟีลลิ่งจิตใจอยู่กับธรรมชาติ” วุ้นเส้นบอกว่า ทุกคนต้องมีตัวช่วย นอกจากครอบครัวและเพื่อนๆ ที่หวังดีแล้ว บางอย่างก็ต้องหากิจกรรมที่ช่วยให้จิตใจสงบ เช่น ไปวัด ทำบุญ หรืออยู่กับธรรมชาติ “ไม่งั้นตัวเองถ้าเครียดไปสุขภาพก็ไม่ดี ก็พยายามช่วยเพื่อนๆ ที่เดือดร้อนอยู่”

ความหวังที่จะกลับมาเป็นเหมือนเดิม – เป็นไปได้หรือไม่

เมื่อถูกถามว่า ความสัมพันธ์ในกลุ่มจะกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้ไหม วุ้นเส้นตอบอย่างตรงไปตรงมาว่า “วุ้นว่าตอนนี้ต้องเป็นสเต็ปบายสเต็ปมากกว่า แต่วุ้นตอบแทนคนอื่นไม่ได้ ตอนนี้เรื่องมันอาจจะใหญ่เหมือนที่ทุกคนเห็น ก็ปล่อยให้มันเป็นไปตามเวลาว่าเขาเคลียร์เรื่องอะไรกันได้มากกว่า”

เธอเผยด้วยว่า เพื่อนทุกคนอยู่ในช่วงที่เปราะบางมาก หลังจากที่มีข่าวนี้ออกมา คนให้กำลังใจเธอไม่ได้ให้กำลังใจเกี่ยวกับข่าวที่เธอถูกโจมตีเท่าไรนัก แต่ส่วนใหญ่จะให้กำลังใจเรื่องที่รู้ว่าเธอเสียใจและอกหัก “ก็ได้กำลังใจเรื่องพวกนี้”

การตัดสินใจถอยออกมา – ดูแลเพื่อนที่มีปัญหาก่อน

วุ้นเส้นยอมรับว่า เธอตัดสินใจถอยความสัมพันธ์กับนานาออกมาแล้ว “คือตอนนี้วุ้นก็สเต็ปออกมานิดนึง เพราะว่าวุ้นคุยกับเพื่อนที่เขาเจอปัญหาอะไรต่างๆ วันนี้วุ้นก็อยากดูแลตรงนั้นก่อน”

เธอบอกว่า ทุกคนเรื่องแต่ละวันก็ค่อยๆ มาเรื่อยๆ แต่ว่าตอนนี้เธอก็สเต็ปไปก่อน และเธอก็อยากให้ทุกอย่างจบด้วยดี “เพราะวุ้นเป็นคนไม่ชอบมีเรื่องกับใคร ไม่ชอบให้ใครทะเลาะกันอยู่แล้ว แต่ว่าถ้าเกิดมันมีเรื่องแบบนี้ก็เกินความควบคุมจริงๆ”

ความสัมพันธ์กับแอน อลิชา – ยังคุยกันอยู่

สำหรับความสัมพันธ์กับ “แอน อลิชา หิรัญพฤกษ์” อีกหนึ่งคนในกลุ่ม วุ้นเส้นบอกว่า “พี่แอนก็ยังคุยอยู่ค่ะ เขาก็เป็นคนที่เหมือนกับคอยอัปเดตกับเราด้วยว่าเพื่อนๆ เป็นยังไง” แอนก็มีคุยกับเธอบ้าง แต่วุ้นเส้นไม่รู้ว่าพวกเขาคุยอะไรกัน

เมื่อถูกถามว่า ถูกโจมตีว่าไม่เป็นกลางในเรื่องนี้หรือไม่ วุ้นเส้นตอบว่า “อันนี้ก็อาจจะเป็นความคิดเห็น ซึ่งเราก็ต้องดูตามความเป็นจริงด้วยแหละว่ามันไม่มีใครอยากให้เกิดเหตุการณ์นี้อยู่แล้ว” เธอบอกว่า คอมเมนต์จะเป็นไปในทางไหน เธอก็ต้องรับฟังและปล่อยผ่านไปบ้าง ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับแอนก็เห็นคุยกันเรื่อยๆ แต่ว่าอาจจะยังไม่ได้เจอกันมาก

ความสัมพันธ์กับดีเจบอย – ยังคุยได้ปกติ

สำหรับ “ดีเจบอย ฌาฆฤณ ชุมมิ่ง” สามีของนานา วุ้นเส้นบอกว่า “ไม่เลย พี่บอยวุ้นโอเคมาก แต่แค่ยังไม่มีโอกาสได้คุยกันมากกว่า” เธออธิบายว่า จริงๆ คุยได้ เพราะว่าพี่บอยไม่ได้ทำอะไรผิด เธอก็คุยกับพี่บอยได้ปกติ

“แต่ว่าอย่างเพื่อนๆ ที่เขาเจอเหตุการณ์อย่างนี้ เราก็ไม่รู้ว่าแต่ละคนมีความคิดเห็นยังไง เราก็ตอบแทนคนอื่นไม่ได้จริงๆ” วุ้นเส้นกล่าว

การถอนหุ้นจากเซวา – เลือกทางที่มีความสุข

อีกหนึ่งประเด็นที่น่าสนใจคือ การที่วุ้นเส้นตัดสินใจถอนหุ้นจากแบรนด์ CIVA (เซวา) ที่เธอร่วมก่อตั้งและปั้นมากับมือ เธออธิบายว่า “วุ้นก็รู้สึกว่าวันนี้วุ้นอยากจะทำอะไรที่เรารู้สึกมีความสุข มันไปในทางที่เป็นตัวเราจริงๆ”

เธอบอกว่า อะไรที่มันอาจจะไม่ได้เป็นแบบที่เธอจะทำต่อ เธอก็ต้องรู้และเคลียร์กันว่าขอถอนหุ้นออกมา “เพราะว่ามันอาจจะไม่ใช่ในแบบที่เราอยากจะเลือกในอนาคต”

การตัดสินใจนี้เกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงต้นปีที่แล้ว เมื่อวุ้นเส้นรู้สึกว่าเธอมีจุดยืนแล้วว่าเธออยากจะอยู่ตรงไหน อยากจะทำงานกับคนแบบไหน “เราอยากจะทำอะไร หรือว่าช่วงนี้เราอยากจะพักหรือเปล่า เพราะเราก็ทำงานมา 20 กว่าปีแล้ว เรายังไม่ได้พักเลย”

ความจริงเบื้องหลังการถอนหุ้น – ไม่ได้ถูกบีบบังคับ

เมื่อถูกถามว่า สำหรับตัวเธอเองมีปัญหาอะไรกับแบรนด์หรือไม่ วุ้นเส้นตอบว่า “จริงๆ สำหรับวุ้นไม่ค่อยมีปัญหานะ ส่วนใหญ่มันจะแล้วแต่เขามากกว่า” แต่เธอไม่ได้อยากจะลงดีเทลมาก เพราะมันจบไปแล้ว

“เอาเป็นว่าโฟกัสที่ปัจจุบันว่าวุ้นแฮปปี้แล้วนะ ไม่ต้องห่วงวุ้นนะ” เธอบอกกับแฟนๆ ว่า ทุกคนอาจจะเป็นห่วงเธอว่าจะมีข่าวนั้นข่าวนี้ แต่เธอก็ต้องแข็งแรง “สุดท้ายที่เราอยู่มาได้ทุกวันนี้ไม่ใช่ว่าเราจะไม่เคยเจอปัญหาหรือข่าวอะไร เราก็เจอมาเรื่อยๆ แต่ว่าฉันก็ยังเดินต่อไปได้”

ถ้าถามว่าการปล่อยมือธุรกิจที่ตั้งใจปั้นมากับมือนั้นตัดสินใจยากไหม วุ้นเส้นยอมรับว่า “จริงๆ ก็ยากค่ะ แต่ว่าเป็นสิ่งที่พอตัดสินใจแล้ว เราคิดว่าเป็นสิ่งที่ถูกต้อง เราอยากเคารพความรู้สึกของตัวเองด้วยว่าเรารู้สึกยังไง เราต้องการอยู่ตรงไหนมากกว่าตอนนี้”

และเธอยืนยันว่า “ไม่ได้ถูกบีบ เราประสงค์ออกมาเอง” สำหรับโอกาสในการปั้นแบรนด์ใหม่ เธอบอกว่า ถ้าทำได้มันจะมีโอกาสของมันเอง ซึ่งทุกวันนี้เธออาจจะได้พักประมาณหนึ่ง ยังไม่ถึงปีเลย เธอก็มีทำงานอยู่ “แต่ว่าถ้าถึงเวลาอาจจะเป็นปีนี้จะมีโปรเจกต์ใหม่ๆ มาอัปเดตกันอีกที”

แผนอนาคต – พักบ้างก็ดี หุ้นส่วนต้องมีศีลเสมอกัน

วุ้นเส้นบอกว่า “ไม่อยากพูดคำนี้เลย จริงๆ ก็ไม่ได้อยากพักขนาดนั้น แต่พักบ้างก็ได้” หลายคนบอกให้เธอพักหน่อยก็ได้ ที่ผ่านมามันเป็นอะไรที่เธอเริ่มต้นมาด้วยความที่อยากทำธุรกิจ อยากโฟกัส

“ซึ่งสิ่งที่วุ้นทำ วุ้นชัด วุ้นทำดีที่สุด ทุกคนก็รู้จักแบรนด์ เราก็เต็มที่แล้วก็ทุ่มเท” เธอกล่าว โฟกัสในอดีตที่ผ่านมา เธอจริงจัง เต็มที่ และเหนื่อยกับมันมามาก “แต่ว่าพอสุดท้ายแล้วทุกอย่างมันอาจจะไม่ได้ตรงใจเราร้อยเปอร์เซ็นต์ เราก็ไปในทางที่เราแฮปปี้ดีกว่าค่ะ”

สำหรับเรื่องหุ้นส่วนในอนาคต วุ้นเส้นบอกว่า “จริงๆ วุ้นหุ้นกับใครที่รู้สึกว่าทัศนคติตรงกัน ก็เหมือนศีลเสมอกันดีกว่า” เธอบอกว่า หลังจากนี้ยังไงก็ต้องมี เธอไม่ได้มีปัญหา ไม่เคยทะเลาะอะไรเกี่ยวกับเรื่องหุ้นส่วน “แต่ว่ามันเป็นความสบายใจที่เราอาจจะอยากอยู่ตรงไหนมากกว่า ณ วันนี้วุ้นอยากอยู่ตรงนี้”

ส่วนไลน์สินค้าจะเป็นเครื่องสำอางไหม วุ้นเส้นตอบว่า “จริงๆ บิวตี้ก็เหมาะค่ะ แต่ว่าจะเป็นยังไงเดี๋ยวรอมีแล้วบอกอีกทีนะคะ”

กลับมาเล่นละคร – อาจมีความหวัง

และสุดท้าย เมื่อถูกถามว่า จะกลับมาเล่นละครไหม วุ้นเส้นตอบด้วยรอยยิ้มว่า “อยากมีนะ ปีนี้ก็อาจจะมีคุยนะคะ แต่ว่าวุ้นก็ยังไม่รู้ว่าบทมันจะโอเคไหม จะผ่านไหม” เธอบอกว่า แฟนคลับน้องๆ คงอยากให้เธอกลับมาเล่น “เดี๋ยวรอดูค่ะ”


จากเรื่องราวของวุ้นเส้น วิริฒิพา สะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนของความสัมพันธ์ในวงการบันเทิง โดยเฉพาะเมื่อเกี่ยวกับเรื่องเงินทองและธุรกิจ การที่เธอรอดพ้นจากการถูกชวนลงทุนนั้น ไม่ใช่แค่เพราะโชคดี แต่เป็นผลมาจากการบริหารจัดการที่ดี การมีจุดยืนที่ชัดเจน และการปรึกษากับครอบครัวก่อนตัดสินใจทำอะไร

ดราม่าครั้งนี้อาจจะเป็นบทเรียนสำคัญให้กับคนในวงการบันเทิงว่า การทำธุรกิจร่วมกับเพื่อนหรือคนรู้จักนั้น ต้องระมัดระวังและมีความรอบคอบอย่างมาก เพราะอาจนำมาซึ่งปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อทั้งความสัมพันธ์และชีวิตการงานในระยะยาว

สำหรับวุ้นเส้น แม้จะต้องเผชิญกับช่วงเวลาที่ยากลำบากและถูกโจมตีอย่างไม่เป็นธรรม แต่เธอก็ผ่านพ้นมาได้ด้วยความเข้มแข็งและการมีจุดยืนที่ชัดเจน การที่เธอเลือกที่จะยืนข้างความถูกต้องและดูแลเพื่อนๆ ที่กำลังมีปัญหานั้น แสดงให้เห็นถึงความเป็นมิตรที่แท้จริง แม้ว่าความสัมพันธ์บางอย่างอาจจะไม่สามารถกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้แล้วก็ตาม