เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2568 ร้อยตำรวจโท อัครพงษ์ แสนปุตะวงษ์ รองสารวัตรฝ่ายสอบสวน สถานีตำรวจภูธรเมืองพัทยา ประจำสาขาย่อยโค้งดงตาล ได้รับแจ้งเหตุจากศูนย์รับแจ้งเหตุว่า มีหญิงสาวพลัดตกจากที่สูงภายในอาคารคอนโดมิเนียม ได้รับบาดเจ็บสาหัส บริเวณคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่ริมถนนสายทัพพระยา-จอมเทียน หมู่ 12 ตำบลหนองปรือ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี
หลังจากได้รับแจ้งเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงรีบประสานงานกับหน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างบริบูรณ์ธรรมสถาน เมืองพัทยา และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง รุดเข้าไปยังที่เกิดเหตุอย่างเร่งด่วนเพื่อทำการตรวจสอบและให้ความช่วยเหลือผู้ประสบเหตุ
ภาพที่พบเห็นสะเทือนใจ
เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าถึงที่เกิดเหตุ พบว่าเป็นอาคารคอนโดมิเนียมสูง 15 ชั้น โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นที่อาคารบี ของคอนโดมิเนียมดังกล่าว เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจสอบบริเวณพื้นด้านหลังตึก พบร่างของหญิงสาวที่ทราบชื่อในภายหลังว่าเป็น นางสาว อ. (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 31 ปี นอนหมดสติอยู่บนพื้น สภาพของผู้บาดเจ็บอยู่ในระดับวิกฤติ หายใจโรยริน มีอาการช็อกจากการบาดเจ็บ
จากการตรวจสอบอาการเบื้องต้น พบว่าผู้บาดเจ็บมีข้อแขนด้านขวาหักผิดรูป มีเลือดทะลักไหลออกทางปากและจมูกอย่างมาก สภาพร่างกายได้รับบาดเจ็บจากการกระแทกพื้นอย่างรุนแรง ทำให้ทีมกู้ภัยต้องรีบทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้นอย่างเร่งด่วน เพื่อช่วยชีวิตผู้บาดเจ็บ โดยให้ออกซิเจน ดามกระดูกที่หัก และทำการห้ามเลือด ก่อนนำส่งโรงพยาบาลเมืองพัทยาอย่างเร่งด่วน เพื่อรับการรักษาอย่างต่อเนื่อง
คำให้การของมารดาผู้บาดเจ็บ
นาง พ. (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 58 ปี มารดาของผู้บาดเจ็บ ได้ให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วยสภาพอารมณ์หดหู่และน้ำตาไหลพราก เล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า ตนเองและลูกสาวพักอาศัยอยู่ร่วมกันที่ห้องพักหมายเลข 405 ซึ่งอยู่บนชั้น 8 ของอาคารคอนโดมิเนียมดังกล่าว
นาง พ. กล่าวว่า ช่วงเวลาก่อนเกิดเหตุตนเองกำลังนอนหลับอยู่ภายในห้องพัก โดยไม่ทราบเลยว่าลูกสาวได้ทำอะไร หรือได้ออกจากห้องพักไปอย่างไร จนกระทั่งได้รับโทรศัพท์จากเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของอาคารคอนโดมิเนียมโทรศัพท์มาแจ้งเหตุว่า มีคนพลัดตกจากอาคาร และเมื่อตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นลูกสาวของตนเอง จึงรีบลงมาที่ชั้นล่างทันที
มารดาผู้บาดเจ็บเปิดเผยด้วยสภาพอารมณ์สั่นเครือว่า ตนเองรู้สึกช็อกและตกใจอย่างมาก ไม่เคยคิดว่าเหตุการณ์แบบนี้จะเกิดขึ้นกับครอบครัว แม้ว่าจะทราบว่าลูกสาวกำลังประสบปัญหาทางด้านจิตใจ แต่ก็ไม่คิดว่าจะรุนแรงถึงขนาดนี้
ประวัติการเจ็บป่วยของผู้บาดเจ็บ
นาง พ. ให้รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับสภาพสุขภาพของลูกสาวว่า นางสาว อ. ได้ล้มป่วยด้วยโรคสโตรกหรือโรคหลอดเลือดสมอง มาเป็นระยะเวลากว่า 1 ปีแล้ว ซึ่งการเจ็บป่วยครั้งนี้ได้ส่งผลกระทบอย่างมากต่อชีวิตของลูกสาว ทำให้มีความบกพร่องทางด้านการเคลื่อนไหวและร่างกาย
จากอาการของโรคที่มีความรุนแรง นางสาว อ. จึงได้ทำการยื่นขอรับบัตรประจำตัวคนพิการตามกฎหมาย และเพิ่งได้รับการอนุมัติให้เป็นผู้พิการประเภท 3 ซึ่งเป็นประเภทบุคคลที่มีความพิการทางการเคลื่อนไหวหรือทางร่างกาย การได้รับบัตรผู้พิการนี้ทำให้เธอสามารถเข้าถึงสิทธิประโยชน์ต่างๆ ตามกฎหมายที่รัฐจัดให้แก่ผู้พิการ
อย่างไรก็ตาม การเป็นผู้พิการในวัยที่ยังค่อนข้างน้อย และการเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหันของชีวิต กลับกลายเป็นปัญหาใหญ่ทางจิตใจของนางสาว อ. ที่ต้องเผชิญและต่อสู้มาโดยตลอด
ถูกเพื่อนบ้านล้อเลียนและตอกย้ำ
มารดาของผู้บาดเจ็บเปิดเผยถึงสาเหตุที่คาดว่าทำให้ลูกสาวตัดสินใจก่อเหตุครั้งนี้ว่า ก่อนหน้านี้ลูกสาวได้บ่นให้ตนเองฟังหลายครั้งว่า มีเพื่อนบ้านบางคนในอาคารคอนโดมิเนียมได้มีพฤติกรรมพูดจาตอกย้ำและล้อเลียนเกี่ยวกับการเป็นผู้พิการของเธอ
คำพูดเหล่านั้นแม้จะอาจฟังดูเหมือนเป็นเรื่องเล็กน้อยสำหรับบางคน แต่สำหรับผู้ที่กำลังอยู่ในภาวะอ่อนแอทางจิตใจ คำพูดเหล่านั้นกลับกลายเป็นบาดแผลทางใจที่ลึกและเจ็บปวดมาก การถูกพูดซ้ำๆ เกี่ยวกับความพิการทำให้นางสาว อ. รู้สึกอับอายและมีความรู้สึกต่ำต้อยต่อตัวเอง
นาง พ. กล่าวว่า จากปัญหาการถูกล้อเลียนจากเพื่อนบ้านอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับสภาพร่างกายที่เปลี่ยนไปจากเดิมอย่างมาก ทำให้ลูกสาวตกอยู่ในภาวะซึมเศร้า มีอาการทางจิตใจที่ไม่ปกติ บางครั้งหมดกำลังใจในการดำเนินชีวิต และคิดในแง่ลบต่อสิ่งต่างๆ รอบตัว
เริ่มได้รับการรักษาโรคซึมเศร้า
เมื่อตระหนักถึงปัญหาสุขภาพจิตของลูกสาว มารดาจึงพาไปพบแพทย์เพื่อขอรับการรักษาโรคซึมเศร้า ซึ่งแพทย์ได้วินิจฉัยว่านางสาว อ. มีอาการของโรคซึมเศร้าและได้สั่งยาสำหรับรักษาอาการดังกล่าวให้ แต่นางสาว อ. เพิ่งเริ่มรับประทานยาได้ไม่นาน จึงยังไม่เห็นผลของการรักษาที่ชัดเจน
การรักษาโรคซึมเศร้าเป็นกระบวนการที่ต้องใช้เวลา ไม่สามารถคาดหวังผลลัพธ์ได้ทันทีหลังจากเริ่มรับประทานยา ส่วนใหญ่ยาต้านซึมเศร้าจะเริ่มออกฤทธิ์และให้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนหลังจากรับประทานอย่างสม่ำเสมอเป็นเวลาอย่างน้อย 2-4 สัปดาห์ ในช่วงระยะเวลาแรกๆ ของการรักษานี้เอง ผู้ป่วยยังคงมีอาการของโรคซึมเศร้าอยู่ และต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด
นาง พ. กล่าวด้วยความเสียใจว่า ตนเองพยายามดูแลลูกสาวอย่างใกล้ชิดที่สุดเท่าที่จะทำได้ คอยให้กำลังใจและพยายามทำให้ลูกสาวรู้สึกดีขึ้น แต่ดูเหมือนว่าปัญหาที่สั่งสมมาจะมีความรุนแรงมากกว่าที่คิด จนนำไปสู่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้
มารดาเชื่อว่าเป็นการทำร้ายตัวเอง
เมื่อถูกถามถึงสาเหตุที่นางสาว อ. ตกจากห้องพักชั้น 8 มารดาของผู้บาดเจ็บระบุอย่างชัดเจนว่า เชื่อว่าลูกสาวได้พยายามทำร้ายตัวเองโดยการกระโดดลงจากห้องพัก ไม่ใช่เหตุการณ์พลัดตกโดยบังเอิญ เนื่องจากลูกสาวมีปัญหาทางจิตใจที่สั่งสมมานาน และได้แสดงอาการที่บ่งชี้ถึงความคิดในทางลบอยู่บ่อยครั้ง
นาง พ. กล่าวอย่างเศร้าสลดว่า เชื่อว่าสาเหตุหลักที่ทำให้ลูกสาวตัดสินใจก่อเหตุครั้งนี้ น่าจะมาจากการถูกเพื่อนบ้านล้อเลียนและตอกย้ำเกี่ยวกับความพิการอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทำให้จิตใจของลูกสาวที่กำลังอ่อนแออยู่แล้วต้องพังทลายลง จนไม่สามารถทนต่อแรงกดดันได้อีกต่อไป
มารดาผู้บาดเจ็บแสดงความเห็นว่า หากเพื่อนบ้านเหล่านั้นมีความเห็นอกเห็นใจและให้กำลังใจลูกสาวแทนที่จะล้อเลียน สถานการณ์อาจจะไม่ได้เลวร้ายถึงขนาดนี้ คำพูดที่ดูเหมือนจะไม่สำคัญสำหรับบางคน อาจส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อผู้ที่กำลังเผชิญกับปัญหาในชีวิต
การตรวจสอบของเจ้าหน้าที่
เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุอย่างละเอียด โดยขึ้นไปตรวจสอบที่ห้องพักหมายเลข 405 ชั้น 8 ซึ่งเป็นห้องพักของผู้บาดเจ็บและมารดา พบว่าไม่มีร่องรอยการต่อสู้ดิ้นรนหรือการบุกรุก ภายในห้องมีสภาพเรียบร้อยปกติ
จากการตรวจสอบระเบียงห้องพักที่คาดว่าผู้บาดเจ็บได้กระโดดลงมา พบว่าราวระเบียงมีความสูงเพียงพอตามมาตรฐานความปลอดภัย การที่นางสาว อ. สามารถตกจากระเบียงได้ จึงไม่น่าจะเป็นอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่น่าจะเป็นการกระทำโดยเจตนา
เจ้าหน้าที่ได้ทำการสอบถามเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของอาคารคอนโดมิเนียม ซึ่งระบุว่า ก่อนเกิดเหตุไม่นานได้เห็นนางสาว อ. เดินออกมายังระเบียงของห้องพัก และหลังจากนั้นไม่นานก็ได้ยินเสียงกระแทกดังจากด้านหลังอาคาร จึงรีบไปตรวจสอบและพบเหตุการณ์ดังกล่าว
การรวบรวมพยานหลักฐาน
เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการบันทึกภาพถ่ายสถานที่เกิดเหตุและรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ อย่างละเอียด เพื่อประกอบการสืบสวนคดี รวมถึงได้สอบถามผู้พักอาศัยในห้องพักใกล้เคียงเพื่อหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังได้ขอตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดของอาคารคอนโดมิเนียม เพื่อดูว่ามีเหตุการณ์ผิดปกติใดเกิดขึ้นก่อนหน้านี้หรือไม่ และเพื่อยืนยันข้อมูลที่ได้รับจากพยานและมารดาของผู้บาดเจ็บ
จากการสอบสวนเบื้องต้น เจ้าหน้าที่พบว่าข้อมูลที่ได้รับจากหลายแหล่งสอดคล้องกัน คือ นางสาว อ. ได้มีปัญหาทางด้านสุขภาพจิตมาระยะหนึ่ง และมีความเครียดจากการถูกล้อเลียนเกี่ยวกับความพิการ ซึ่งน่าจะเป็นแรงผลักดันสำคัญที่นำไปสู่การตัดสินใจทำร้ายตัวเองในครั้งนี้
สถานการณ์ของผู้บาดเจ็บ
หลังจากเกิดเหตุ นางสาว อ. ถูกนำส่งโรงพยาบาลเมืองพัทยาอย่างเร่งด่วน โดยทีมแพทย์ได้เข้าทำการช่วยชีวิตและรักษาอาการบาดเจ็บที่สำคัญทันที จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่าผู้บาดเจ็บมีกระดูกหักหลายแห่ง มีการบาดเจ็บของอวัยวะภายใน และมีอาการสมองบวม
แพทย์ผู้รักษาระบุว่า สภาพของผู้บาดเจ็บอยู่ในระดับวิกฤติ ต้องเข้ารับการผ่าตัดเพื่อแก้ไขบาดแผลภายในและกระดูกที่หักหลายจุด รวมถึงต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดในหอผู้ป่วยวิกฤติ เนื่องจากมีความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้
ครอบครัวของผู้บาดเจ็บต่างเป็นห่วงและคอยติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยมารดาของนางสาว อ. รอคอยข่าวคราวอยู่นอกห้องผ่าตัดด้วยความวิตกกังวล หวังเป็นอย่างยิ่งว่าลูกสาวจะสามารถรอดชีวิตและฟื้นตัวได้
ปัญหาสังคมที่ควรให้ความสำคัญ
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาสำคัญหลายประการในสังคม โดยเฉพาะเรื่องของการขาดความเข้าใจและความเห็นอกเห็นใจต่อผู้พิการ การล้อเลียนและพูดจาตอกย้ำความพิการของผู้อื่น แม้อาจดูเหมือนเป็นเรื่องเล็กน้อยหรือเป็นเพียงการล้อเล่น แต่สามารถส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อจิตใจของผู้ที่ถูกกล่าวถึง
ผู้พิการโดยเฉพาะผู้ที่เพิ่งเกิดความพิการขึ้นในชีวิต มักจะต้องใช้เวลาในการปรับตัวและยอมรับสภาพของตนเอง ซึ่งเป็นกระบวนการที่ยากลำบากและต้องการกำลังใจจากคนรอบข้าง การถูกล้อเลียนหรือเหยียดหยามจะทำให้กระบวนการปรับตัวนี้ยากขึ้นและอาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพจิตที่รุนแรง
นอกจากนี้ เหตุการณ์นี้ยังชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพจิตของผู้ป่วยโรคเรื้อรัง โดยเฉพาะโรคที่ทำให้เกิดความพิการ ซึ่งนอกจากจะต้องรักษาอาการทางกายแล้ว ยังต้องให้ความสำคัญกับด้านจิตใจของผู้ป่วยด้วย เนื่องจากการเจ็บป่วยและความพิการมักส่งผลกระทบอย่างมากต่อสภาพจิตใจ
บทบาทของครอบครัวและชุมชน
ครอบครัวมีบทบาทสำคัญในการดูแลและให้กำลังใจแก่ผู้ป่วยและผู้พิการ แต่บางครั้งความพยายามของครอบครัวอาจไม่เพียงพอหากไม่ได้รับความร่วมมือจากสังคมและชุมชนโดยรอบ ในกรณีนี้ แม้มารดาของนางสาว อ. จะพยายามดูแลลูกสาวอย่างเต็มที่ แต่การถูกล้อเลียนจากเพื่อนบ้านก็สามารถทำลายกำลังใจที่ครอบครัวพยายามสร้างขึ้นได้
ชุมชนและผู้คนในสังคมควรมีความเข้าใจและเห็นอกเห็นใจต่อผู้พิการมากขึ้น การให้กำลังใจและการยอมรับผู้พิการในสังคมจะช่วยให้พวกเขาสามารถดำเนินชีวิตได้อย่างมีความสุขและมีคุณค่า การสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการใช้ชีวิตของผู้พิการ ไม่ได้หมายถึงเพียงการปรับปรุงสิ่งอำนวยความสะดวกทางกายภาพเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการสร้างบรรยากาศทางสังคมที่เป็นมิตรและให้การยอมรับด้วย
ข้อควรระวังและการป้องกัน
เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นบทเรียนสำคัญที่สังคมควรนำไปพิจารณา เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ที่คล้ายคลึงกันอีกในอนาคต ประการแรก ทุกคนในสังคมควรตระหนักถึงพลังของคำพูดที่มีต่อผู้อื่น โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในภาวะอ่อนแอ การพูดจาที่ไม่เหมาะสมแม้จะไม่ได้มีเจตนาร้าย ก็อาจส่งผลเสียร้ายแรงได้
ประการที่สอง ครอบครัวที่มีสมาชิกเป็นผู้ป่วยโรคเรื้อรังหรือผู้พิการ ควรให้ความสำคัญกับสภาพจิตใจของผู้ป่วยและหากพบสัญญาณของภาวะซึมเศร้าหรือปัญหาสุขภาพจิต ควรรีบพาไปพบจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยาเพื่อรับการรักษาโดยเร็ว การรักษาโรคซึมเศร้าหรือปัญหาสุขภาพจิตอื่นๆ หากเริ่มต้นตั้งแต่เนิ่นๆ จะมีโอกาสประสบความสำเร็จสูง และสามารถป้องกันไม่ให้เกิดเหตุร้ายแรงได้
ประการที่สาม หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรจัดให้มีระบบสนับสนุนทางจิตใจสำหรับผู้ป่วยและผู้พิการ เช่น การให้คำปรึกษา กลุ่มสนับสนุนจากเพื่อนร่วมภูมิลำเนา หรือศูนย์ให้ความช่วยเหลือด้านจิตใจ ซึ่งจะช่วยให้ผู้ป่วยและผู้พิการมีที่พึ่งทางใจและได้รับกำลังใจในการดำเนินชีวิตต่อไป
การดำเนินคดีและการติดตาม
เจ้าหน้าที่ตำรวจระบุว่า จะทำการสืบสวนคดีอย่างละเอียดเพื่อหาข้อเท็จจริงที่ชัดเจน แม้ว่าจากการสอบสวนเบื้องต้นจะชี้ให้เห็นว่าเป็นการพยายามฆ่าตัวตาย แต่เจ้าหน้าที่จะยังคงรวบรวมพยานหลักฐานและสอบปากคำจากผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีการกระทำผิดกฎหมายอื่นใดเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้
สำหรับกรณีการล้อเลียนและตอกย้ำจากเพื่อนบ้านที่มารดาของผู้บาดเจ็บได้กล่าวถึง เจ้าหน้าที่ตำรวจจะทำการสอบสวนเพิ่มเติมว่ามีการกระทำดังกล่าวจริงหรือไม่ และหากพบว่ามีการกระทำที่อาจผิดกฎหมาย เช่น การหมิ่นประมาท การกลั่นแกล้ง หรือการสร้างความเดือดร้อนรำคาญ ก็จะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
ขณะเดียวกัน ทางโรงพยาบาลจะติดตามดูแลสภาพของผู้บาดเจ็บอย่างใกล้ชิด และหากผู้บาดเจ็บฟื้นตัวดีขึ้น นอกจากการรักษาทางกายแล้ว จะต้องมีการประเมินและรักษาสภาพจิตใจของผู้บาดเจ็บด้วย เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำอีก
ข้อคิดสำหรับสังคม
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับนางสาว อ. ครั้งนี้ เป็นเรื่องที่น่าเศร้าและไม่ควรเกิดขึ้นในสังคมที่มีความเจริญก้าวหน้า มันเตือนใจเราทุกคนให้ตระหนักถึงความสำคัญของการมีน้ำใจต่อเพื่อนมนุษย์ โดยเฉพาะผู้ที่กำลังประสบปัญหาในชีวิต
คำพูดหนึ่งคำ การกระทำเล็กๆ น้อยๆ ของเรา อาจมีผลกระทบอย่างมากต่อชีวิตของผู้อื่นได้ ดังนั้น เราควรใช้คำพูดและการกระทำของเราอย่างระมัดระวัง พยายามให้กำลังใจและสนับสนุนผู้อื่นมากกว่าจะวิพากษ์วิจารณ์หรือล้อเลียน
นอกจากนี้ เรายังควรเปิดใจรับฟังและให้ความช่วยเหลือเมื่อพบว่ามีคนรอบข้างกำลังประสบปัญหา การเป็นมิตรและให้กำลังใจอย่างจริงใจ อาจเป็นสิ่งเล็กๆ สำหรับเรา แต่อาจเป็นแสงสว่างที่สำคัญสำหรับคนที่กำลังอยู่ในความมืด
สุดท้ายนี้ หากมีใครกำลังประสบปัญหาสุขภาพจิตหรือมีความคิดทำร้ายตัวเอง ขอให้รีบขอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญ ครอบครัว หรือเพื่อนฝูง อย่าปล่อยให้ปัญหาทวีความรุนแรงจนไม่สามารถควบคุมได้ การขอความช่วยเหลือไม่ใช่เรื่องที่น่าอาย แต่เป็นการกล้าที่จะเผชิญหน้ากับปัญหาและหาทางออกที่ดีที่สุดสำหรับชีวิตของตนเอง
ทุกชีวิตมีค่าและสมควรได้รับการดูแลและความเคารพ สังคมที่ดีคือสังคมที่ทุกคนสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติ มีความเข้าใจและเห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกัน และร่วมกันสร้างสรรค์สิ่งที่ดีงามให้เกิดขึ้น
ขณะนี้ทางโรงพยาบาลและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกำลังทำหน้าที่ของตนอย่างเต็มที่เพื่อช่วยเหลือนางสาว อ. และครอบครัว ขอให้สังคมร่วมกันส่งกำลังใจและหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเธอจะสามารถฟื้นตัวและกลับมามีชีวิตที่มีความสุขได้อีกครั้ง