เมื่อเวลาประมาณ 11.00 น. ของวันที่ 5 ตุลาคม 2568 เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา นำโดย ร.ต.อ.ถาวร แสงใสย์ รองสารวัตรสอบสวน ได้รับแจ้งเหตุการณ์ความรุนแรงที่ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตภายในบ้านพักอาศัยแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่ที่หมู่ที่ 7 ตำบลบ้านสร้าง อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงรีบประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ตำรวจชุดสืบสวน ชุดพิสูจน์หลักฐานพระนครศรีอยุธยา ตำรวจสายตรวจ และเจ้าหน้าที่กู้ภัยสมาคมอยุธยา เพื่อเข้าไปดำเนินการตรวจสอบและช่วยเหลือผู้ประสบเหตุอย่างเร่งด่วน
การค้นพบผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิต
เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าถึงที่เกิดเหตุ พบผู้บาดเจ็บรายแรกเป็นชายหนุ่มนอนอยู่บริเวณด้านข้างรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ หมายเลขทะเบียน 1ขย 9705 กรุงเทพมหานคร ซึ่งจอดอยู่หน้าบ้าน ผู้บาดเจ็บมีสภาพบาดเจ็บสาหัส ได้รับบาดแผลจากกระสุนปืนหลายแห่ง โดยเฉพาะบริเวณใบหน้า มีกระสุนเข้าที่คางและทะลุออกที่แก้ม นอกจากนี้ยังมีบาดแผลจากกระสุนปืนบริเวณลำตัวอีก 4 นัด สภาพอาการวิกฤติอย่างมาก
เจ้าหน้าที่กู้ภัยรีบทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้นและนำส่งตัวไปยังโรงพยาบาลอยุธยาทันที ต่อมาทราบข้อมูลว่าผู้บาดเจ็บรายนี้คือ นายธีระโชติ พารอด อายุ 30 ปี ซึ่งเป็นอดีตสามีของเจ้าของบ้านและเป็นบุตรชายของรองนายกเทศมนตรีเทศบาลแห่งหนึ่งในอำเภอบางบาล จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบภายในบ้านชั้นล่าง ได้พบกับภาพที่น่าสะเทือนใจ นั่นคือศพของชายสูงวัยนอนคว่ำหน้าจมอยู่กับกองเลือดสด ผู้เสียชีวิตคือ นายบัญชา ภูษาทอง อายุ 60 ปี ซึ่งเป็นพ่อของเจ้าของบ้านและเป็นพ่อตาเก่าของผู้บาดเจ็บ
บาดแผลที่พบบนร่างผู้เสียชีวิต
จากการตรวจสอบศพอย่างละเอียดของเจ้าหน้าที่ พบบาดแผลจากกระสุนปืนบริเวณหน้าอกจำนวน 1 นัด นอกจากนี้ยังพบบาดแผลจากการถูกแทงด้วยของมีคมบริเวณลำคอด้านซ้าย ใกล้กับตัวศพพบกรรไกรตกอยู่บนพื้น ซึ่งน่าจะเป็นอาวุธที่ใช้ในการก่อเหตุ ที่น่าสังเกตคือในมือของผู้เสียชีวิตกำอาวุธปืนขนาด 9 มิลลิเมตรอยู่ ซึ่งชี้ให้เห็นว่ามีการต่อสู้ปะทะกันระหว่างทั้งสองฝ่าย
บริเวณข้างประตูทางเข้าบ้าน เจ้าหน้าที่พบกระเป๋าสะพายสีน้ำเงินตกอยู่ เมื่อตรวจสอบภายในพบอาวุธปืนขนาด 9 มิลลิเมตรอีกกระบอกหนึ่ง ซึ่งเป็นของนายธีระโชติ ผู้บาดเจ็บ จากการตรวจสอบพบหลักฐานว่าอาวุธปืนกระบอกนี้มีการยิงออกไปแล้ว 1 นัด แต่เกิดอาการขัดลำกล้อง ทำให้ไม่สามารถยิงต่อได้ ซึ่งรายละเอียดนี้อาจเป็นจุดหักเหของเหตุการณ์ทั้งหมด
คำให้การของพยานผู้ใกล้ชิดเปิดเผยความจริง
คำให้การของลูกสาวผู้เสียชีวิต
นางสาวปริญชญา อายุ 28 ปี ซึ่งเป็นลูกสาวของนายบัญชา ผู้เสียชีวิต และเป็นอดีตภรรยาของนายธีระโชติ ผู้บาดเจ็บ ได้ให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ในช่วงเวลาที่เกิดเหตุ ตนเองกำลังอยู่ภายในบ้านพร้อมกับบิดาและลูกสาวของตน จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงนายธีระโชติซึ่งเป็นอดีตสามีที่แยกทางกันไปแล้วเมื่อระยะเวลาหนึ่งผ่านมา กำลังตะโกนเรียกหาตนที่หน้าบ้าน
นางสาวปริญชญาเล่าว่า ตนไม่กล้าออกไปพบเพราะกลัวความรุนแรงที่อาจเกิดขึ้น จึงรีบล็อกประตูบ้านทันที เนื่องจากอดีตสามีของตนมีประวัติในการใช้ความรุนแรงทั้งกับตนเองและลูกสาวอยู่เป็นประจำ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่นำไปสู่การตัดสินใจแยกทางกัน
แต่การล็อกประตูก็ไม่สามารถหยุดยั้งนายธีระโชติได้ เขาได้ปีนข้ามรั้วบ้านเข้ามาข้างใน จากนั้นใช้กำลังงัดประตูมุ้งลวดจนหลุด ก่อนบุกเข้าไปภายในบ้าน เมื่อเข้าไปข้างในได้ นายธีระโชติได้พบกับนายบัญชา พ่อของนางสาวปริญชญาที่อยู่ชั้นล่าง ทั้งสองเกิดมีปากเสียงโต้เถียงกัน ไม่นานนางสาวปริญชญาก็ได้ยินเสียงปืนดังขึ้นหลายนัด
ความหวาดกลัวที่สะสมมานาน
ด้วยความตกใจและกลัว นางสาวปริญชญารีบวิ่งลงมาจากชั้นบนเพื่อดูสถานการณ์ แต่สิ่งที่พบทำให้ตนช็อกอย่างสุดซึ้ง พ่อของตนนอนอยู่กับพื้นในสภาพที่บาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิตไปแล้ว บรรยากาศภายในบ้านเต็มไปด้วยเลือด ความสยดสยองของเหตุการณ์ทำให้นางสาวปริญชญาเกือบจะยืนไม่ติดจากความโศกเศร้าและความกลัว
นางสาวปริญชญาให้การเพิ่มเติมว่า สถานการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่อดีตสามีของตนมาก่อความรำคาญและคุกคาม ก่อนหน้านี้ตนได้พยายามหลบหนีไปอาศัยอยู่กับญาติที่จังหวัดร้อยเอ็ด หวังว่าจะได้พ้นจากการตามรังควาน แต่นายธีระโชติก็ยังติดตามตนไปจนถึงที่นั่น ทำให้ตนไม่มีทางเลือกนอกจากกลับมาอาศัยอยู่ที่บ้านพ่อแทน
แม้จะกลับมาอยู่บ้านของครอบครัวแล้ว แต่อดีตสามีก็ยังคงตามมาข่มขู่คุกคามอยู่เป็นประจำ บางครั้งถึงกับขู่ว่าจะทำร้ายตนและคนในครอบครัวให้เสียชีวิต นางสาวปริญชญาเล่าว่า ตนได้มีการบันทึกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเอาไว้เป็นหลักฐานในแต่ละวัน เพราะกลัวว่าตนเองและคนในครอบครัวอาจจะไม่ปลอดภัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อรู้ว่าอดีตสามีเป็นบุตรชายของรองนายกเทศมนตรีเทศบาลแห่งหนึ่งในอำเภอบางบาล จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งทำให้ตนกังวลว่าอาจจะไม่ได้รับความเป็นธรรม
พยานบุคคลที่สามเปิดเผยพฤติกรรมของผู้ต้องสงสัย
คำให้การของเพื่อนบ้านผู้พบเห็นเหตุการณ์
เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สอบถามพยานที่อาศัยอยู่ในบริเวณใกล้เคียง ซึ่งพยานหลายคนให้การตรงกันว่า นายธีระโชติเคยมาที่บ้านหลังนี้หลายครั้ง และมักจะมีเสียงโต้เถียงกันเกือบทุกครั้งที่มา ชาวบ้านในละแวกนั้นจึงไม่แปลกใจกับเหตุการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นเป็นประจำ
พยานรายหนึ่งเล่าว่า ในวันเกิดเหตุ ตนได้ยินเสียงปืนดังขึ้นหลายนัดติดต่อกัน หลังจากนั้นไม่นานก็เห็นนายธีระโชติวิ่งออกมาจากบ้าน สภาพเลือดไหลออกมาตามร่างกายอย่างมาก เลือดหยดเป็นทางยาวจากบ้านจนถึงรถยนต์ นายธีระโชติพยายามจะเปิดประตูรถเมอร์เซเดส-เบนซ์ที่จอดอยู่หน้าบ้านเพื่อขึ้นรถหลบหนี แต่ด้วยสภาพบาดเจ็บสาหัส ทำให้เขาไม่สามารถขับรถไปได้
เห็นสถานการณ์เช่นนั้น ชาวบ้านที่อยู่ใกล้เคียงจึงวิ่งออกมาช่วยกันควบคุมตัวนายธีระโชติไว้ เพื่อไม่ให้หลบหนี และรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจมารับทราบเหตุทันที บางคนช่วยกันกดแผลเพื่อไม่ให้เลือดไหลมากเกินไป ก่อนที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยจะมาถึง
คำบอกเล่าของผู้เสียชีวิตก่อนเกิดเหตุ
พยานอีกรายหนึ่งซึ่งเป็นเพื่อนบ้านสนิทของนายบัญชา ผู้เสียชีวิต เล่าว่า นายบัญชาเคยมาปรึกษาและบ่นกับตนบ่อยครั้งเกี่ยวกับปัญหาที่มีกับอดีตลูกเขย โดยบอกว่านายธีระโชติชอบทำร้ายลูกสาวของตนอยู่เป็นประจำ และหลังจากที่แยกทางกันแล้วก็ยังคงมาอาละวาดขอคืนดีกับลูกสาวที่บ้านบ่อยๆ
นายบัญชาเคยบอกกับเพื่อนบ้านว่าตนไม่รู้จะแก้ปัญหานี้อย่างไร เพราะยิ่งห้ามปราม อดีตลูกเขยก็ยิ่งมาบ่อยและรุนแรงขึ้น บางครั้งถึงกับมีการขู่เอาชีวิต ทำให้นายบัญชารู้สึกกังวลมากเกี่ยวกับความปลอดภัยของลูกสาวและหลานสาว แต่ก็ไม่คิดว่าสถานการณ์จะบานปลายจนถึงขั้นสูญเสียชีวิตของตนเองในที่สุด
เพื่อนบ้านหลายคนให้การว่า พวกตนรู้สึกเสียใจอย่างยิ่งกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะนายบัญชาเป็นคนดี มีน้ำใจ และเป็นที่รักของคนในชุมชน การเสียชีวิตอย่างกระทันหันและโหดร้ายเช่นนี้ ทำให้ทุกคนในหมู่บ้านตกอยู่ในความสะเทือนใจและหวาดกลัว
การดำเนินการของเจ้าหน้าที่ตำรวจ
การตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุและเก็บหลักฐาน
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุอย่างละเอียดรอบคอบ โดยมีการเก็บรวบรวมหลักฐานต่างๆ ที่สำคัญ ได้แก่ วิถีกระสุนปืนที่ยิงออกไป หัวกระสุนปืนที่พบในที่เกิดเหตุ การตรวจหาคราบเขม่าดินปืนที่มือของทั้งผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ เพื่อยืนยันว่าใครเป็นผู้ใช้อาวุธปืนในการก่อเหตุ
นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังได้จัดกำลังตำรวจไปประจำอยู่ที่โรงพยาบาลอยุธยา เพื่ออายัดตัวนายธีระโชติ ผู้บาดเจ็บ ไม่ให้หลบหนีเมื่อสภาพร่างกายดีขึ้น และรอสอบปากคำเมื่ออาการทุเลาลง โดยจะมีการดูแลอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง
หลักฐานจากกล้องวงจรปิด
จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดในบริเวณใกล้เคียง เจ้าหน้าที่พบภาพที่สามารถยืนยันเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้อย่างชัดเจน โดยพบว่านายธีระโชติได้ขับรถยนต์เก๋งมาจอดใกล้กับบ้านที่เกิดเหตุ จากนั้นรีบวิ่งลงจากรถและเข้าไปภายในบ้านอย่างรวดเร็ว ภาพจากกล้องแสดงให้เห็นว่าเขาดูเหมือนมีจุดประสงค์ที่ชัดเจนในการเข้าไปในบ้าน
ไม่นานนัก กล้องวงจรปิดก็บันทึกภาพนายธีระโชติวิ่งออกมาจากบ้านในสภาพที่ถอดเสื้อออก ร่างกายเต็มไปด้วยเลือดที่ไหลออกมาจากบาดแผลหลายแห่ง สภาพดูอ่อนแรงและเดินโซเซ ชาวบ้านหลายคนออกมาดูเหตุการณ์และช่วยกันควบคุมตัวนายธีระโชติไว้ ไม่ให้เขาสามารถหลบหนีไปได้
หลักฐานจากกล้องวงจรปิดนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งในการพิสูจน์ลำดับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และจะถูกนำมาใช้ในการสอบสวนและฟ้องคดีต่อไป
ขั้นตอนการสอบสวนต่อไป
เจ้าหน้าที่ตำรวจระบุว่า จะมีการเรียกพยานทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์และบุคคลที่เกี่ยวข้องมาสอบสวนอย่างละเอียด เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ครบถ้วนและสามารถสร้างภาพเหตุการณ์ได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะอย่างยิ่งจะรอให้อาการของนายธีระโชติ ผู้บาดเจ็บ ทุเลาลงจนสามารถให้การได้ เพื่อสอบสวนเกี่ยวกับแรงจูงใจและรายละเอียดของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังจะตรวจสอบประวัติอาชญากรรมของนายธีระโชติ รวมถึงการตรวจสอบว่ามีการแจ้งความหรือบันทึกประจำวันเกี่ยวกับการใช้ความรุนแรงในครอบครัวมาก่อนหรือไม่ ซึ่งจะเป็นหลักฐานสำคัญในการพิจารณาความร้ายแรงของคดีและการกำหนดโทษ
เมื่อการสอบสวนเสร็จสิ้นและได้ข้อมูลครบถ้วนแล้ว เจ้าหน้าที่จะดำเนินคดีกับนายธีระโชติตามกฎหมายอย่างเต็มที่ โดยข้อหาที่คาดว่าจะถูกจับกุมคือ ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา บุกรุกเคหสถาน และครอบครองอาวุธปืนโดยไม่มีใบอนุญาต หากพิสูจน์ได้ว่ามีความผิดจริง ผู้ต้องหาอาจต้องรับโทษจำคุกตลอดชีวิตหรือประหารชีวิต
บทเรียนจากเหตุการณ์ความรุนแรงในครอบครัว
ปัญหาความรุนแรงในครอบครัวที่ไม่ควรมองข้าม
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาความรุนแรงในครอบครัวที่ยังคงเป็นปัญหาสำคัญของสังคมไทย แม้ว่าจะมีกฎหมายคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ. 2550 มาใช้บังคับแล้ว แต่ในทางปฏิบัติยังพบว่ามีผู้เคราะห์ร้ายจากความรุนแรงในครอบครัวอยู่เป็นจำนวนมาก
กรณีของนางสาวปริญชญาเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนว่า แม้จะมีการแยกทางกับสามีที่ทำร้ายแล้ว แต่ก็ยังคงถูกตามรังควานและคุกคามอย่างต่อเนื่อง จนในที่สุดนำไปสู่โศกนาฏกรรมที่พ่อของตนต้องเสียชีวิตอย่างน่าเศร้า สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่าการคุ้มครองผู้เสียหายจากความรุนแรงในครอบครัวยังมีช่องว่างที่จำเป็นต้องได้รับการปรับปรุง
ความสำคัญของการขอความช่วยเหลือ
ผู้เชี่ยวชาญด้านสังคมสงเคราะห์แนะนำว่า หากผู้ใดประสบปัญหาความรุนแรงในครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นการทำร้ายร่างกาย การข่มขู่คุกคาม หรือการควบคุมทางจิตใจ ควรรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือสายด่วนช่วยเหลือสังคม สายด่วน 1300 ของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ทันที
การเก็บบันทึกหลักฐานเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นภาพถ่าย บันทึกเสียง หรือข้อความ จะเป็นประโยชน์อย่างมากในการดำเนินคดี นอกจากนี้การขอคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวจากศาลก็เป็นอีกหนึ่งมาตรการที่สามารถช่วยปกป้องผู้เสียหายได้ โดยศาลสามารถออกคำสั่งห้ามผู้กระทำความรุนแรงเข้าใกล้หรือติดต่อผู้เสียหายได้
บทบาทของชุมชนและสังคม
เพื่อนบ้านและคนในชุมชนมีบทบาทสำคัญในการช่วยสังเกตและแจ้งเจ้าหน้าที่หากพบเห็นสัญญาณของความรุนแรงในครอบครัว การมองข้ามหรือคิดว่าเป็นเรื่องภายในครอบครัวที่ไม่ควรยุ่งเกี่ยว อาจส่งผลให้เหยื่อต้องประสบกับความรุนแรงที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนอาจนำไปสู่การสูญเสียชีวิตในที่สุด
กรณีของนายบัญชาที่เคยปรึกษาเพื่อนบ้านเกี่ยวกับปัญหากับอดีตลูกเขย แสดงให้เห็นว่าเขาพยายามหาทางออกและขอความช่วยเหลือ แต่อาจไม่ได้รับการสนับสนุนในรูปแบบที่เป็นรูปธรรมเพียงพอ หากชุมชนมีกลไกในการช่วยเหลือและส่งต่อข้อมูลไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้อย่างมีประสิทธิภาพ อาจจะช่วยป้องกันโศกนาฏกรรมเช่นนี้ได้
สรุป
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันที่ 5 ตุลาคม 2568 ที่อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นอีกหนึ่งโศกนาฏกรรมที่เกิดจากปัญหาความรุนแรงในครอบครัวที่สะสมมานาน การที่นายธีระโชติ พารอด อายุ 30 ปี บุตรชายของรองนายกเทศมนตรี บุกเข้าไปในบ้านของอดีตภรรยาและก่อเหตุยิงและแทงนายบัญชา ภูษาทอง พ่อตาเก่าของตนจนเสียชีวิต ก่อนที่ตนเองจะถูกยิงสวนจนบาดเจ็บสาหัส เป็นเหตุการณ์ที่น่าสะเทือนใจอย่างยิ่ง
เบื้องหลังเหตุการณ์เผยให้เห็นถึงรูปแบบของความรุนแรงในครอบครัวที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าทั้งสองฝ่ายจะแยกทางกันไปแล้ว แต่ผู้กระทำความรุนแรงก็ยังคงตามรังควานและคุกคามผู้เสียหายอย่างไม่หยุดหย่อน จนนำไปสู่การสูญเสียชีวิตของบุคคลผู้บริสุทธิ์ที่พยายามปกป้องลูกสาวของตน
คดีนี้กำลังอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างละเอียด โดยจะมีการรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมด รวมถึงการสอบปากคำผู้ต้องหาเมื่ออาการทุเลาลง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเต็มที่ ขณะเดียวกันเหตุการณ์นี้ควรเป็นบทเรียนให้กับสังคมไทยในการตระหนักถึงความร้ายแรงของปัญหาความรุนแรงในครอบครัว และความจำเป็นในการพัฒนากลไกการคุ้มครองผู้เสียหายให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดโศกนาฏกรรมเช่นนี้ขึ้นอีกในอนาคต
ครอบครัวของผู้เสียชีวิตและชุมชนในพื้นที่กำลังอยู่ในความโศกเศร้าและสะเทือนใจอย่างสุดซึ้งจากเหตุการณ์ครั้งนี้ ขณะที่นายธีระโชติยังคงอยู่ระหว่างการรักษาตัวภายใต้การควบคุมของเจ้าหน้าที่อย่างเข้มงวด รอการดำเนินคดีตามกระบวนการยุติธรรมต่อไป