“มัดหมี่-ไฮโซดาต้า-คุณขวัญ” แฉสะเทือนวงการ! ถูกหลอกโดยอาจารย์เทียมและไฮโซมิจฉาชีพ สูญเงินรวมกว่า 50 ล้านบาท

เมื่อความศรัทธาถูกหลอกใช้ และความเชื่อกลายเป็นช่องทางขูดรีดเงิน คดีอื้อฉาวของ “อาจารย์ ต.” และ “ไฮโซ ต.” ที่ถูกเปิดโปงโดยนักแสดงสาว “มัดหมี่ พิมดาว” กำลังสร้างกระแสไปทั่วโซเชียลมีเดีย จนบัดนี้มีผู้เสียหายออกมาเปิดใจต่อเนื่อง โดยเฉพาะ “ไฮโซดาต้า ดรัลชรัส” และ “คุณขวัญ” หรือ “ม.ล.พลอยนภัส ลีนุตพงษ์” ที่ถูกหลอกให้โอนเงินไปทำบุญจนสูญเงินรวมมหาศาล พร้อมเผยพฤติการณ์ที่น่าสะพรึงกลัวของกลุ่มคนที่อ้างตัวเป็นผู้วิเศษและสามารถตัดกรรมได้

จุดเริ่มต้นของความหลงเชื่อ: เมื่อจิตใจอ่อนแอกลายเป็นเป้าหมาย

“มัดหมี่ พิมดาว” เปิดใจถึงจุดเริ่มต้นที่ทำให้เธอตกเป็นเหยื่อของกลุ่มมิจฉาชีพนี้ว่า เริ่มต้นในช่วงปี 2560 ขณะที่กำลังถ่ายทำภาพยนตร์และมีอาการซึมเศร้าอย่างหนัก ถึงแม้จะได้ปฏิบัติธรรมและพบจิตแพทย์ตามหลักวิชาการแล้ว แต่อาการก็ยังไม่ดีขึ้น จนรุ่นพี่สนิท 2 คนที่เธอไว้วางใจได้แนะนำให้ไปพบกับ “อาจารย์ ต.” ที่อ้างว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการเอาพลังงานไม่ดีออกจากร่างกาย

ในช่วงแรกของการเข้าร่วมกิจกรรม กลุ่มยังมีขนาดเล็กประมาณ 15 คน บรรยากาศอบอุ่น ยังไม่มีเรื่องเงินทองเข้ามาเกี่ยวข้อง สิ่งที่อาจารย์คนนี้สอนคือการบอกว่า ปัญหาซึมเศร้าที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องของ “กรรม” จากอดีตชาติ เป็นสิ่งที่มองไม่เห็นแต่มีผลกระทบต่อชีวิตปัจจุบัน คำพูดเหล่านี้ฟังดูสมเหตุสมผลสำหรับคนที่กำลังอ่อนแอและต้องการที่พึ่งทางใจ

แต่ทุกอย่างเริ่มเปลี่ยนไปในครั้งที่ 2 และครั้งที่ 3 ที่เข้าร่วมกิจกรรม เรื่องเงินเริ่มเข้ามามีบทบาท อาจารย์เริ่มบอกให้โอนเงินเข้ามูลนิธิหรือไปทำบุญที่ไหนก็ได้ แต่พอกลุ่มขยายใหญ่ขึ้นเป็น 100-200 คน กลไกการหลอกลวงก็เริ่มชัดเจนขึ้น โดยเปลี่ยนจากการให้โอนเงินไปที่อื่น มาเป็นการบอกให้โอนตรงเข้าบัญชีของเขาเอง พร้อมอ้างว่านี่คือ “บุญสูงสุด” เพราะสำนักจะนำเงินไปช่วยเหลือคนให้กลับนิพพาน

“มัดหมี่-ไฮโซดาต้า-คุณขวัญ” แฉสะเทือนวงการ! ถูกหลอกโดยอาจารย์เทียมและไฮโซมิจฉาชีพ สูญเงินรวมกว่า 50 ล้านบาท

เมื่อความเชื่อกลายเป็นเครื่องมือขูดรีดเงิน

“ไฮโซดาต้า ดรัลชรัส” อีกหนึ่งผู้เสียหาย เผยว่าเธอรู้จักกับอาจารย์คนนี้ผ่านทาง “มัดหมี่” ที่เห็นเธอปวดหัวไมเกรนอย่างรุนแรง ไปหาหมอทั้งแผนปัจจุบัน แผนไทย แผนจีน และแผนอินเดียก็ไม่หาย จนเธอจนปัญญาและอยู่ในจุดที่ต่ำที่สุดในชีวิต ด้วยความห่วงใยจากเพื่อน จึงตัดสินใจไปลองพบกับอาจารย์คนนี้

ในช่วงแรก อาจารย์ให้โอนเงินไปทำบุญที่โรงพยาบาลสงฆ์และสถานที่อื่นๆ เป็นเวลาหลายปี จนทำให้เธอเชื่อว่าเขาไม่ได้มุ่งหวังผลประโยชน์จากเงินของลูกศิษย์จริงๆ แต่หลังจากนั้นคำสั่งก็เปลี่ยนไป กลายเป็นการบอกให้โอนเงินมาที่เขาโดยตรง พร้อมอ้างว่านี่คือวิธีทำบุญที่ดีที่สุด เพราะสำนักจะนำเงินไปช่วยเหลือคนให้กลับนิพพาน

แต่ความจริงที่เปิดเผยหลังจากที่ไฮโซดาต้าได้เข้าแจ้งความกับกองปราบปรามนั้นช็อกไปอีกระดับ เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามเส้นทางการเงินได้อย่างชัดเจนว่า เงินที่ลูกศิษย์โอนมาทำบุญนั้นกลายเป็นบ้านหลังใหญ่มูลค่า 35 ล้านบาท รถพอร์ชเงินสดราคากว่า 10 ล้านบาท และของแบรนด์เนมมากมาย ไม่ใช่การนำไปช่วยเหลือผู้คนตามที่อ้างแต่อย่างใด

ตัวเลขความเสียหายที่น่าตกใจ: 50 ล้านบาทจากครอบครัวเดียว

ไฮโซดาต้าเปิดเผยว่าครอบครัวของเธอเสียหายไปทั้งสิ้น 50 ล้านบาท ซึ่งไม่ใช่แค่เงินสด แต่รวมถึงที่ดินขนาด 48 ไร่ที่เขาขอให้บริจาคเพื่อสร้างสถานที่ปฏิบัติธรรม เงินส่วนใหญ่ถูกนำไปใช้สร้างอาคาร ซื้อที่ดิน และค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่อ้างว่าเป็นการทำบุญเพื่อสำนัก

สิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่าคือ มัดหมี่และไฮโซดาต้าไม่ใช่ผู้เสียหายเพียงสองคน ในขณะที่พวกเธอออกมาเปิดเผยเรื่องนี้ ยังมีลูกศิษย์อยู่ในกลุ่มประมาณ 300 คน ซึ่งแต่ละคนก็ถูกหลอกให้โอนเงินในจำนวนที่ไม่เท่ากัน ตั้งแต่หลักแสน หลักล้าน ไปจนถึงหลัก 10 ล้านบาท โดยอาจารย์จะใช้วิธีการที่เขาเรียกว่า “สื่อจิต” เพื่อบอกว่าแต่ละคนต้องทำบุญเท่าไหร่

วิธีการ “สื่อจิต” นี้เป็นกลไกที่ชาญฉลาดในการหลอกลวง โดยอาจารย์จะอ้างว่าเขาสามารถเชื่อมจิตกับ “คู่กรณีที่เป็นกรรม” ของแต่ละคน บอกให้ลูกศิษย์ถามกรรมของตัวเองเลยว่าต้องทำบุญเท่าไหร่ ซึ่งแน่นอนว่า “กรรม” ที่มองไม่เห็นนี้จะบอกตัวเลขที่เขาต้องการ อีกทั้งยังอ้างว่ามีพระพุทธเจ้า พระศิวะ และพระเยซูอยู่ในร่างของเขา เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและความศักดิ์สิทธิ์

สัญญาณเตือนที่ถูกมองข้าม: เมื่อผู้นำทางจิตวิญญาณเริ่มติดอยู่ในวัตถุนิยม

มัดหมี่เล่าว่าเธอเริ่มรู้สึกแปลกๆ เมื่อเห็นว่าวิถีชีวิตของอาจารย์เริ่มเปลี่ยนไป จากความเรียบง่ายและสมถะเดิม กลายเป็นคนที่ใช้ชีวิตหรูหรา เปลี่ยนรถใหม่ เปลี่ยนบ้านใหญ่ ใส่ของแบรนด์เนม และแสดงความติดในวัตถุอย่างชัดเจน แต่ขณะนั้นเธอยังปกป้องสำนัก เพราะปฏิบัติธรรมมาแล้วถึง 4 ปี จนครอบครัวที่บ้านต้องเตือนว่านี่ไม่ใช่วิถีของพุทธศาสนา

ในช่วงปี 2564 สัญญาณเตือนเริ่มชัดเจนขึ้น แต่เธอยังเลือกที่จะเชื่อและปกป้องสำนัก ถึงกับทะเลาะกับครอบครัว ซึ่งนี่คือกลยุทธ์ทั่วไปของกลุ่มลัทธิหรือกลุ่มที่หลอกลวง คือการสร้างความแตกแยกระหว่างสมาชิกกับครอบครัว เพื่อให้พวกเขาพึ่งพากลุ่มมากขึ้นและยากที่จะออกไป

การปฏิบัติธรรมที่อาจารย์สอนก็มีลักษณะผสมผสานแปลกๆ โดยให้นั่งสมาธิ สวดมนต์ พร้อมกับการอ้างว่าเขาจะเอากรรมออกให้ โดยให้นึกถึง “องค์พระผู้สร้าง” ซึ่งเขาบอกว่าเป็นทั้งพระเยซูและพระพุทธเจ้าที่อยู่ร่วมกัน การผสมผสานศาสนาแบบนี้ฟังดูเหมือนเป็นความเปิดกว้าง แต่จริงๆ แล้วเป็นการสร้างความสับสนและทำให้ผู้ติดตามไม่สามารถตรวจสอบได้จากหลักคำสอนทางศาสนาใดศาสนาหนึ่ง

อาจารย์ยังอ้างอีกว่าตัวเองเป็น “ผู้เชี่ยวชาญที่เปลี่ยนจิตแล้ว” และมีหน้าที่ช่วยเหลือคน คำพูดเหล่านี้สร้างความรู้สึกว่าเขาเป็นผู้มีอำนาจเหนือธรรมชาติและเป็นพิเศษกว่ามนุษย์ทั่วไป ซึ่งเป็นเทคนิคทั่วไปในการสร้างความเชื่อและควบคุมผู้ติดตาม

ความจริงที่สะเทือนใจ: ประวัติอาชญากรรมและการแจ้งตายเท็จ

เมื่อไฮโซดาต้าออกมาจากกลุ่มและเข้าแจ้งความที่กองปราบปราม ความจริงที่น่าสะพรึงกลัวก็ถูกเปิดเผย เมื่อค้นหาชื่อจริงของอาจารย์คนนี้ พบว่ามีคดีติดตัวหลายคดี โดยเฉพาะคดีฉ้อโกง สิ่งที่ช็อกยิ่งกว่านั้นคือ ภรรยาที่อาจารย์เคยชี้ให้ลูกศิษย์ดู กลับเป็นคนที่เสียชีวิตไปแล้ว มีการยื่นคดีแจ้งตายเท็จ ซึ่งหมายความว่าเขาใช้ชื่อคนที่ตายแล้วมาแสดงตัวว่าเป็นภรรยา

เจ้าหน้าที่ตำรวจประเมินว่าคดีนี้น่าจะเป็น “คดีฉ้อโกงประชาชน” เพราะมีผู้เสียหายมากกว่า 10 คน ซึ่งในจำนวนนี้มีทั้งคนในวงการบันเทิงและคนทั่วไป สถานที่ปฏิบัติธรรมยังคงมีอยู่และยังมีลูกศิษย์ที่ยังเชื่อและอยู่ในกลุ่ม ซึ่งเป็นเรื่องน่าเป็นห่วงว่าอาจมีผู้เสียหายเพิ่มขึ้นอีก

ไฮโซดาต้าเผยว่าเธอได้ไปพบกับ “พลตำรวจตรี จรูญเกียรติ ปานแก้ว” และรู้สึกมั่นใจในการดำเนินคดี กองปราบปรามให้ความสำคัญและดูแลอย่างเต็มที่ ซึ่งน่าจะทำให้คดีนี้คืบหน้าและสามารถนำตัวคนร้ายมาลงโทษได้ตามกฎหมาย

บทเรียนจากเหยื่อ: เมื่อความอ่อนแอกลายเป็นช่องทางการหลอกลวง

สิ่งที่น่าสนใจจากคดีนี้คือ มัดหมี่ยอมรับว่าตอนที่เข้าไปเธออยู่ในจุดที่อ่อนแอ ต้องการหาที่พึ่ง และแค่ต้องการที่จะหายจากความทุกข์ทรมานทางใจ นี่คือจุดที่กลุ่มมิจฉาชีพมักจะเข้าหา คือผู้คนที่กำลังเผชิญกับปัญหาสุขภาพจิต ปัญหาครอบครัว หรือปัญหาชีวิตร้ายแรง ซึ่งทำให้พวกเขาเปิดใจรับคำแนะนำจากคนที่อ้างว่าสามารถช่วยได้

สำหรับรุ่นพี่ที่ชวนมัดหมี่ไปในตอนแรกนั้น ยังคงอยู่ในกลุ่มและยังมีศรัทธา ซึ่งมัดหมี่บอกว่าเธอทำอะไรไม่ได้ เพราะนั่นคือสิทธิของแต่ละคน แต่เธอตัดสินใจออกมาเล่าเรื่องนี้เพราะรู้สึกว่าต้องรับผิดชอบในส่วนที่ได้ชักจูงคนอื่นมาร่วมปฏิบัติธรรม เพราะตอนนั้นคิดว่ามันดีและทุกอย่างเป็นของจริง

การที่มัดหมี่กล้าออกมาขอโทษคนที่เธอชักจูงมา และขอโทษคนที่ยังอยู่ในกลุ่ม แสดงให้เห็นถึงความกล้าหาญและความรับผิดชอบ เธอยอมรับว่าคนที่ออกมาแล้วถือว่าโชคดี ส่วนคนที่ยังอยู่อาจมีวาระกรรมต่อกันและยังมีความเชื่อ แต่เธอหวังว่าการออกมาเปิดเผยเรื่องนี้จะช่วยให้คนที่ยังติดอยู่ได้ลองตั้งคำถามและใช้วิจารณญาณ

ปรากฏการณ์ที่ไม่ใช่เรื่องใหม่: แต่ยังคงมีเหยื่อตกหลุมพรางอยู่เสมอ

คดีนี้ไม่ใช่เรื่องแรกและคงไม่ใช่เรื่องสุดท้ายของการหลอกลวงในรูปแบบของการทำบุญหรือปฏิบัติธรรม ในสังคมไทยมีคดีคล้ายๆ กันเกิดขึ้นมาหลายครั้ง แต่ทำไมยังมีคนตกเป็นเหยื่ออยู่เสมอ คำตอบคงอยู่ที่ว่า ผู้หลอกลวงเหล่านี้มีความชาญฉลาดในการอ่านจิตใจคน รู้ว่าใครกำลังอ่อนแอ ใครกำลังต้องการความหวัง และใครที่พร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อหาทางออกจากปัญหา

การใช้ศาสนาหรือความเชื่อทางจิตวิญญาณเป็นเครื่องมือในการหลอกลวงนั้นเลวร้ายเป็นพิเศษ เพราะมันทำลายความเชื่อที่บริสุทธิ์ของคนและทำให้คนเกิดความระแวงต่อศาสนาหรือการปฏิบัติธรรมที่แท้จริง อาจารย์ ต. และไฮโซ ต. ไม่เพียงแค่ขโมยเงินของคน แต่ยังขโมยความเชื่อ ความศรัทธา และความหวังของผู้คน ซึ่งเป็นสิ่งที่มีค่ายิ่งกว่าเงินทอง

สำหรับผู้ที่กำลังเผชิญกับปัญหาสุขภาพจิตหรือปัญหาชีวิต ควรระมัดระวังเมื่อมีใครมาเสนอวิธีแก้ปัญหาที่ฟังดูดีเกินจริง โดยเฉพาะถ้ามีเรื่องเงินเข้ามาเกี่ยวข้อง การหาความช่วยเหลือจากแพทย์ นักจิตวิทยา หรือพระสงฆ์ที่มีชื่อเสียงและเป็นที่ยอมรับนั้นปลอดภัยกว่าการไปหาผู้เชี่ยวชาญที่อ้างตัวเองและไม่มีหลักฐานรับรองความน่าเชื่อถือ

คดีนี้ยังอยู่ระหว่างการดำเนินคดีโดยกองปราบปราม และน่าจะมีผู้เสียหายเพิ่มเติมออกมาแจ้งความ การที่คนดังอย่างมัดหมี่และไฮโซดาต้ากล้าออกมาเปิดเผย ถือเป็นแบบอย่างที่ดีที่จะช่วยให้คนอื่นๆ ที่เคยเป็นเหยื่อกล้าออกมาเล่าเรื่องและเรียกร้องความเป็นธรรม พร้อมกันนั้นก็เป็นการเตือนสติให้สังคมระวังกลุ่มผู้หลอกลวงที่ใช้ความเชื่อและศรัทธาเป็นเครื่องมือในการกอบโกยผลประโยชน์