Unknown Number: The High School Catfish – ข้อความลวงเด็กมัธยมปลาย (2025)

สารคดีเขย่าขวัญ “Unknown Number: The High School Catfish” เปิดเผยเรื่องราวสะเทือนใจแม่ที่ข่มขู่ลูกสาวของตนเอง

เส้นที่บางระหว่างความรักและการควบคุม กลายเป็นหายนะในโลกออนไลน์ผ่านสารคดีบน Netflix ที่เผยให้เห็นถึงผลกระทบรุนแรงของ Cyberbullying ในรูปแบบที่ไม่มีใครคาดคิด

Netflix เปิดตัวสารคดีเรื่องใหม่ที่สร้างความตกใจให้กับผู้ชมทั่วโลก เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2025 ด้วยเรื่องราว “Unknown Number: The High School Catfish” สารคดีที่เล่าเรื่องจริงของคดี Cyberbullying ที่สั่นสะเทือนชุมชนเล็กๆ ในมิชิแกน สหรัฐอเมริกา กับความลับที่น่าสะพรึงกลัวที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังข้อความข่มขู่หลายพันข้อความ

เมื่อข้อความจากหมายเลขไม่รู้จักกลายเป็นฝันร้าย

เรื่องราวเริ่มต้นในเดือนตุลาคม 2020 เมื่อ Lauryn Licari วัยเพียง 13 ปี และ Owen แฟนหนุ่มของเธอ ได้รับข้อความที่น่าสงสัยจากหมายเลขโทรศัพท์ที่ไม่รู้จัก หลังจากหยุดไปชั่วคราว ข้อความเหล่านี้กลับมาอีกครั้งในเดือนกันยายน 2021 และพัฒนาเป็นการส่งข้อความข่มขู่และดูถูกรุนแรงเป็นประจำทุกวันเป็นเวลา 15 เดือน

สิ่งที่น่าตกใจคือจำนวนข้อความที่ถูกส่งถึงกว่า 40,000 ข้อความในช่วงเวลาหนึ่งปี ข้อความเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงการแกล้งของวัยรุ่นธรรมดา แต่เป็นข้อความที่มีเนื้อหารุนแรง มีข้อมูลส่วนตัวที่เฉพาะคนใกล้ชิดเท่านั้นที่จะรู้ และบางข้อความถึงขนาดสั่งให้เธอฆ่าตัวตาย

การสืบสวนที่พลิกผัน และความจริงที่สะเทือนใจ

เมื่อผู้ปกครองและเจ้าหน้าที่โรงเรียนไม่สามารถหยุดยั้งการข่มขู่ได้ การสืบสวนจึงได้ดำเนินการโดยหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายท้องถิ่นภายใต้การนำของ Isabella County Sheriff Mike Main โดยเน้นไปที่เพื่อนร่วมชั้นและเพื่อนๆ ของ Lauryn และ Owen ทำให้เกิดความสงสัยไปทั่วโรงเรียนและสร้างความแตกร้าวในความสัมพันธ์

เมื่อความพยายามเหล่านั้นล้มเหลว Bradley Peter เจ้าหน้าที่ตำรวจจากเมือง Bay City ใกล้เคียง ได้เข้ามาทำหน้าที่เป็นตัวกลางกับ FBI และในที่สุดก็สามารถติดตามข้อความที่ถูกปิดบังไปถึง Kendra Licari แม่ของ Lauryn

ความจริงที่เปิดเผยออกมานั้นสะเทือนใจอย่างที่ไม่เคยคิดมาก่อน ผู้ส่งข้อความข่มขู่ที่โหดร้ายเหล่านั้นไม่ใช่นักเรียนคนอื่นหรือคนแปลกหน้า แต่เป็น Kendra Licari วัย 42 ปี แม่ของ Lauryn เอง ซึ่งเป็นโค้ชทีมบาสเก็ตบอลระดับมัธยมปลายและเคยมีส่วนร่วมอย่างแข็งขันในกิจกรรมของโรงเรียน

เบื้องหลังจิตใจของแม่ผู้กระทำผิด

เมื่อถูกซักถามถึงแรงจูงใจ ผู้กำกับ Skye Borgman เผยว่า “ฉันไม่คิดว่าเธอจะรู้จริงๆ ว่าทำไมเธอถึงทำเช่นนั้น” และคำอธิบายของ Kendra เอง ซึ่งถูกบันทึกไว้ในภาพยนตร์ มีความซับซ้อนและมีรากฐานมาจากประสบการณ์เจ็บปวดส่วนตัวของเธอ “เธอกล่าวถึงในสารคดีเกี่ยวกับการถูกทำร้ายที่เกิดขึ้นกับเธอเมื่ออายุประมาณ Lauryn และเธอพูดถึงความกลัวที่เธอมีเมื่อเห็นลูกสาวคนเดียวของเธอเติบโตขึ้น และนั่นคือสิ่งที่เธอเชื่อมโยงและเชื่อว่านำไปสู่การส่งข้อความเหล่านี้และพยายามรักษา Lauryn ให้อยู่ใกล้ๆ”

ผู้เชี่ยวชาญบางคนและเจ้าหน้าที่ประจำโรงเรียนรวมถึงอัยการเขต Isabella County David Barberi ได้วิเคราะห์พฤติกรรมของ Kendra ว่ามีลักษณะคล้ายกับ Munchausen syndrome by proxy (ปัจจุบันเรียกว่า factitious disorder imposed on another) ในยุคดิจิทัล แต่ผู้กำกับเตือนว่าการให้การวินิจฉัยทางการแพทย์อาจมีปัญหา

Unknown Number: The High School Catfish – ข้อความลวงเด็กมัธยมปลาย (2025)

กระบวนการสืบสวนและการใช้เทคโนโลยี

เจ้าหน้าที่ FBI liaison Bradley Peter ที่ทำงานในคดีนี้ อธิบายในสารคดีว่าเขาสามารถค้นพบได้ว่าข้อความบางส่วนถูกส่งผ่านแอปพลิเคชันที่ปกปิดหมายเลขโทรศัพท์ เมื่อเขายื่นหมายค้นต่อแอปพลิเคชัน เขาเห็นหมายเลขบางหมายเลขจาก Verizon หลังจากยื่นหมายค้นอีกฉบับต่อ Verizon เขาพบว่าหมายเลขของ Kendra Licari ปรากฏขึ้นอย่างต่อเนื่อง

Kendra ได้ใช้ VPN และสร้างบัญชีปลอมเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกตรวจจับ เมื่อเผชิญหน้าเธอก็สารภาพ โดยยอมรับว่าเธอ “ติดอยู่ในการข่มขู่และไม่สามารถหยุดได้”

สิ่งที่ทำให้การสืบสวนซับซ้อนมากขึ้นคือ Kendra เป็นคนที่ติดตามการสืบสวนอย่างใกล้ชิด เธอเป็นคนที่โทรไปสอบถามเจ้าหน้าที่เกี่ยวกับความคืบหน้าของคดีอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งทำให้ตำรวจท้องถิ่นรู้สึกงุนงงเมื่อพบว่าเธอคือผู้กระทำผิดจริง

ผลกระทบต่อครอบครัวและชุมชน

ผู้พิพากษา Mark Duthie ได้กล่าวว่า “นี่เป็นคดีที่น่าสยดสยองอย่างแท้จริง เป็นประเภทของคดีที่ทำให้ฉันดีใจที่เมื่อสิ้นสุดวาระของฉัน ฉันจะเกษียณ” เขายังกล่าวถึงการไร้ตัวตนของอินเทอร์เน็ตและวิธีที่มันทำให้บางคนทำในสิ่งที่พวกเขาจะไม่ทำหากตัวตนของพวกเขาถูกเปิดเผย

Lauryn ในปัจจุบันได้เปิดใจในสารคดีเกี่ยวกับความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนกับแม่ของเธอ ในแง่หนึ่ง เธอบอกว่าเธอสูญเสียความไว้วางใจในแม่ แต่ในอีกแง่หนึ่ง เธอยังคิดถึงการมีแม่อยู่ข้างๆ

“ฉันคิดว่าฉันอยากไว้ใจเธอตอนนี้ แต่ฉันไม่คิดว่าฉันจะทำได้” Lauryn กล่าว “ตอนนี้ที่เธอออกมาแล้ว ฉันแค่อยากให้เธอได้รับความช่วยเหลือที่เธอต้องการ เพื่อที่เมื่อเราพบกัน มันจะไม่กลับไปเป็นแบบเก่าๆ และวิธีที่เป็นมาก่อน”

โทษทางกฎหมายและผลที่ตามมา

ในเดือนธันวาคม 2022 Kendra Licari ถูกจับและถูกตั้งข้อหาหลายข้อในการสะกดรอยตามผู้เยาว์และการใช้คอมพิวเตอร์เพื่อกระทำอาชญากรรม เธอสารภาพผิดในข้อหาสะกดรอยตามผู้เยาว์สองข้อหาในเดือนมีนาคม 2023 และถูกพิพากษาให้จำคุก 19 เดือนถึง 5 ปี ในเดือนเมษายน 2023

Kendra ถูกปล่อยตัวโดยการรอการตัดสินในวันที่ 8 สิงหาคม 2024 และจะอยู่ภายใต้การดูแลของเจ้าหน้าที่คุมประพฤติจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2026 ตามบันทึกนักโทษจากกรมแก้ไขมิชิแกน เป็นส่วนหนึ่งของเงื่อนไขการปล่อยตัวภายใต้การกำกับดูแล เธอไม่ได้รับอนุญาตให้ออกจากรัฐและต้อง “พยายามอย่างจริงจังในการหางานและรักษางาน” และสิ่งสำคัญที่สุดคือเธอไม่ได้รับอนุญาตให้พบลูกสาว ตามข้อตกลงจากการรับสารภาพผิด

บทบาทของผู้กำกับ Skye Borgman

สารคดีเรื่องนี้กำกับโดย Skye Borgman เจ้าของ Top Knot Films และเป็นผู้กำกับสารคดีที่ได้รับรางวัล เธอเป็นที่รู้จักจากผลงานสารคดี Netflix ที่กลายเป็นไวรัล เช่น “Abducted in Plain Sight” (2019), “The Girl in the Picture” และ “Sins of Our Mother” (2022)

Borgman เล่าว่าการเลือกเรื่องราวที่จะนำมาสร้างเป็นสารคดีนั้น สิ่งสำคัญที่สุดคือให้แน่ใจว่าเรื่องราวนั้นเป็นเรื่องที่มุ่งเน้นไปที่ผู้รอดชีวิตหรือเหยื่อ “เราต้องคอยสื่อสารกับพวกเขาและให้พื้นที่แก่พวกเขาในการเล่าเรื่องราว”

ความซับซ้อนของคดีและแรงจูงใจ

Borgman เชื่อว่า Kendra Licari เป็นผู้บรรยายที่ไม่น่าเชื่อถือ “ฉันคิดว่าความทรงจำของเธอได้เปลี่ยนแปลงเวอร์ชันของความจริงของเธอ ฉันคิดว่าเธอมีประวัติศาสตร์ที่แก้ไขใหม่เล็กน้อย ฉันคิดว่าบางสิ่งที่เธอพูดเป็นความจริง บางสิ่งที่เธอพูดไม่ได้เป็นความจริง”

ตัวอย่างเช่น Kendra อ้างว่าเธอไม่ได้ส่งข้อความข่มขู่แรกๆ แต่เข้ามาภายหลังเพื่อพยายามตามหาผู้กระทำผิดจริง อย่างไรก็ตาม หลักฐานทางเทคโนโลยีแสดงให้เห็นเป็นอย่างอื่น

ในสารคดี Kendra พยายามอธิบายการกระทำของเธอด้วยความกลัวที่จะปล่อยให้ลูกสาวเติบโตขึ้น “เมื่อลูกสาวของฉันเข้าสู่วัยรุ่น ฉันรู้สึกกลัว ฉันกลัวที่จะปล่อยให้เธอเติบโต อยากปกป้องเธอและรักษาความปลอดภัยของเธอ”

ผลกระทบต่อการศึกษาและสังคมในวงกว้าง

สถิติล่าสุดแสดงให้เห็นว่า Cyberbullying ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อสุขภาพจิต การศึกษา และความเป็นอยู่ส่วนตัว วัยรุ่นและวัยก่อนวัยรุ่นซึ่งมีความอ่อนไหวต่อความท้าทายทางอารมณ์และสังคมโดยเฉพาะ มักพบว่าตนเองอยู่ในวงจรของความคิดเชิงลบ โดยรายงานผลกระทบทางอารมณ์ที่สำคัญ โดยส่วนใหญ่แสดงความโกรธ ความเจ็บปวด และความกลัว

มากกว่า 50% ของวัยรุ่นรู้สึกโกรธหลังจากถูก cyberbully ประมาณ 33% รู้สึกเจ็บปวด และเกือบ 15% รู้สึกกลัว และสองในสามของวัยรุ่นที่ประสบกับ cyberbullying กล่าวว่า “มันส่งผลต่อความสามารถในการเรียนรู้และรู้สึกปลอดภัยที่โรงเรียน” พวกเขายังมีแนวโน้มสูงกว่าสี่เท่าในการทำร้ายตนเองหรือมีพฤติกรรมฆ่าตัวตาย

บทเรียนสำคัญจากคดีนี้

คดีของครอบครัว Licari เผยให้เห็นถึงความซับซ้อนของ Cyberbullying ในยุคปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อผู้กระทำผิดมาจากคนในครอบครัว สิ่งนี้ท้าทายความเข้าใจแบบดั้งเดิมเกี่ยวกับการข่มขู่ออนไลน์ที่มักคิดว่าจะมาจากเพื่อนร่วมชั้นหรือคนแปลกหน้า

การที่ Kendra ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงในการปกปิดตัวตน รวมถึงการใช้ VPN และแอปพลิเคชันส่งข้อความนิรนาม แสดงให้เห็นถึงความซับซ้อนของ Cyberbullying ในปัจจุบัน ซึ่งทำให้การตรวจจับและการบังคับใช้กฎหมายเป็นเรื่องที่ท้าทาย

สถานการณ์ปัจจุบันของ Cyberbullying

ตามสถิติล่าสุด 37% ของนักเรียนมัธยมต้นและมัธยมปลายในสหรัฐอเมริกาได้ประสบกับการคุกคามออนไลน์ ในปี 2023 มี 26.5% ของวัยรุ่นอเมริกัน (อายุ 13 ถึง 17 ปี) รายงานว่าถูก cyberbully ซึ่งเพิ่มขึ้นจาก 23.2% ในปี 2021

การศึกษาแสดงให้เห็นว่ามากกว่าสามในสี่ของเหยื่อ cyberbullying จะไปโรงพยาบาลฉุกเฉินด้วยความต้องการด้านสุขภาพจิตเป็นข้อร้องเรียนหลัก และมากกว่าสามในสี่ของวัยรุ่นที่มาโรงพยาบาลด้วยความคิดฆ่าตัวตายเป็นข้อร้องเรียนหลักได้ยืนยันเหตุการณ์ cyberbullying ที่เคยเกิดขึ้นก่อนหน้านี้

การรับมือและการป้องกัน

ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่าหากเป็นเหยื่อของ cyberbullying ผู้ประสบภัยควรรู้ว่าไม่ใช่ความผิดของตน บอกผู้ใหญ่ เพื่อน หรือรายงานต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อย่าตอบโต้หรือแก้แค้น ควรบล็อกผู้ที่ข่มขู่ และเก็บหลักฐาน รวมถึงภาพหน้าจอ วันที่ และเวลา

วิธีที่มีประสิทธิภาพที่สุดในการป้องกัน cyberbullying ตามที่วัยรุ่นกล่าว คือการบล็อกผู้ข่มขู่ ตาม National Crime Prevention Council

บทบาทของสื่อสังคมออนไลน์และเทคโนโลจี

Cyberbullying เกิดขึ้นบนทุกแพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์ แต่ส่วนใหญ่เกิดขึ้นบน YouTube, Snapchat, TikTok และ Facebook เด็กทุกวัยสามารถเป็นเหยื่อของ cyberbullying ได้ แต่ความเสี่ยงจะเพิ่มขึ้นเมื่อพวกเขาโตขึ้น

ผลกระทบของ cyberbullying ต่อวัยรุ่นมีความรุนแรงกว่าการถูกรังแกแบบดั้งเดิม เนื่องจากการข่มขู่ออนไลน์สามารถเกิดขึ้นได้ตลอด 24 ชั่วโมง ทำให้เหยื่อไม่สามารถหาที่หลบภัยจากผลกระทบเชิงลบได้ แม้จะอยู่ในความเป็นส่วนตัวของห้องของตนเองก็ตาม

ข้อเตือนใจสำหรับผู้ปกครองและนักการศึกษา

ผลการศึกษาจากวรรณกรรมปัจจุบันมีนัยสำคัญต่อผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลสุขภาพ นักการศึกษา และผู้ใหญ่ที่เอาใจใส่ เป็นอันดับแรกและสำคัญที่สุด การศึกษาที่อธิบายตลอดทั้งเรื่องเร้าใจให้นักการศึกษา ที่ปรึกษา และผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลสุขภาพจัดการกับ cyberbullying เมื่อประเมินปัญหาสุขภาพร่างกายและจิตใจของวัยรุ่น

หลักฐานบ่งชี้ว่าวัยรุ่นส่วนใหญ่ไม่แสวงหาความช่วยเหลือจากผู้ใหญ่เมื่อเกี่ยวข้องกับ cyberbullying ดังนั้นจึงสำคัญที่จะต้องใช้แนวทางเชิงรุก การสนับสนุนสามารถมาจากชุมชนผู้เชี่ยวชาญหลายแห่งที่ให้บริการเยาวชน ได้แก่ การศึกษา สุขภาพจิต และการแพทย์

ผลกระทบในระดับโลก

ข้อมูลล่าสุดจาก WHO/Europe แสดงให้เห็นการเพิ่มขึ้นที่น่าวิตกของ cyberbullying ตั้งแต่ปี 2018 ถึง 2022 โดยเด็กผู้ชายที่ cyberbully คนอื่นเพิ่มขึ้นจาก 11% เป็น 14% และเด็กผู้หญิงจาก 7% เป็น 9% ในทำนองเดียวกัน รายงานการถูก cyberbully ได้เพิ่มขึ้นจาก 12% เป็น 15% สำหรับเด็กผู้ชายและจาก 13% เป็น 16% สำหรับเด็กผู้หญิง

ข้อสังเกตจากผู้เชี่ยวชาญ

อัยการเขต David Barberi กล่าวว่า “มันอาจเป็นหนึ่งในคดีที่แปลกประหลาดที่สุดที่ฉันเคยเห็น” เขายังเน้นย้ำว่าหน้าที่ของพ่อแม่คือการดูแลและเลี้ยงดูลูก และ Licari ล้มเหลวในหน้าที่นั้น และใช้การศึกษาและประสบการณ์ของเธอในการพยายามใส่ร้ายผู้เยาว์สำหรับอาชญากรรม

ความสำคัญของการให้การสนับสนุน

เมื่อถูกถามเกี่ยวกับสิ่งที่เธอคิดเกี่ยวกับการตอบสนองของ Kendra, Borgman บอกกับ TIME: “ฉันไม่คิดว่าสิ่งที่ Kendra พูดคือเธอกลัวว่า Owen จะข่มขืน Lauren ความกลัวของเธอคือการปล่อยให้เด็กสาวเติบโตและออกไปสู่โลกใหญ่ที่ชั่วร้าย เธอทำสิ่งเหล่านี้เพื่อรักษา Lauren ให้อยู่ใกล้ๆ เพื่อให้ Lauren มาขอความช่วยเหลือจากเธอ โดยการส่งข้อความเหล่านี้ เธอก็บังคับให้ Lauren เข้ามาใกล้เธอมากขึ้น”

ข้อสรุปและบทเรียน

สารคดี “Unknown Number: The High School Catfish” ไม่ได้เป็นเพียงการเล่าเรื่องราวอาชญากรรมธรรมดา แต่เป็นการสำรวจลึกถึงความซับซ้อนของความสัมพันธ์ในครอบครัว ผลกระทบของเทคโนโลยีต่อการใช้ชีวิต และอันตรายที่แอบแฝงในโลกดิจิทัล

ผู้กำกับ Borgman บอกกับ TODAY.com ว่าแม้ภาพยนตร์ของเธอจะเน้นที่ “กรณีที่รุนแรง” ของการทารุณกรรมออนไลน์ แต่สารคดีแสดงให้เห็นในวงกว้างถึง “ผลกระทบอย่างมหาศาลที่ cyberbullying มีต่อนักเรียน เยาวชน เพื่อนและครอบครัว รวมถึงผู้ปกครอง”

คดีนี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของการสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยสำหรับเยาวชนทั้งในโลกจริงและโลกออนไลน์ ความจำเป็นในการให้การศึกษาเกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีอย่างรับผิดชอบ และความสำคัญของการสื่อสารที่เปิดเผยระหว่างพ่อแม่และลูก

มุมมองจากผู้ชม

สารคดีได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้ชม โดยผู้วิจารณ์ระบุว่า “สารคดีอาชญากรรมที่แก้ไขได้ดีและมีความสมดุลค่อนข้างดี มีการมีส่วนร่วมของคนสำคัญทั้งหมดที่เกี่ยวข้องในคดีสะกดรอยตามนี้ รวมถึงบุคคลที่ถูกตัดสินว่ามีความผิด เป็นเรื่องเตือนใจเกี่ยวกับความไว้วางใจที่ผิดที่”

ผู้ชมหลายคนแสดงความตกใจกับการพลิกผันของเรื่องราว โดยหนึ่งในนั้นกล่าวว่า “ปากของฉันอ้าค้างที่ตอนจบ อย่างแท้จริงน่าตกใจ”

บทสุดท้าย: ความหวังในการฟื้นฟู

แม้จะมีความเจ็บปวดและการทรยศที่เกิดขึ้น แต่เรื่องราวของครอบครัว Licari ก็ยังคงมีความหวัง Lauryn ยังคงเปิดใจต่อการที่จะเห็นแม่อีกครั้งในอนาคต แต่เธอต้องการให้แน่ใจว่าแม่ได้รับการช่วยเหลือที่จำเป็น

สารคดีเรื่องนี้ทำให้เราเห็นถึงความสำคัญของการสร้างระบบสนับสนุนที่แข็งแกร่งสำหรับเยาวชนในยุคดิจิทัล การให้การศึกษาเกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีอย่างปลอดภัย และความจำเป็นในการตระหนักว่า cyberbullying สามารถมาจากแหล่งที่ไม่คาดคิดได้

“Unknown Number: The High School Catfish” ไม่ได้เป็นเพียงสารคดีอาชญากรรมอีกเรื่องหนึ่ง แต่เป็นเครื่องเตือนใจที่ทรงพลังเกี่ยวกับความเปราะบางของความสัมพันธ์ในครอบครัวและอันตรายที่แฝงตัวอยู่ในโลกดิจิทัลที่เราอาศัยอยู่ในปัจจุบัน สารคดีนี้เป็นแรงบันดาลใจให้เราทุกคนใส่ใจในการปกป้องเยาวชนและสร้างสภาพแวดล้อมออนไลน์ที่ปลอดภัยและเป็นมิตรสำหรับทุกคน

สารคดี “Unknown Number: The High School Catfish” สามารถรับชมได้บน Netflix ตั้งแต่วันที่ 29 สิงหาคม 2025 หากคุณหรือคนที่คุณรู้จักกำลังประสบปัญหาด้านสุขภาพจิตหรือมีความคิดฆ่าตัวตาย สามารถขอความช่วยเหลือได้ที่สายด่วน 1323 (กรมสุขภาพจิต) หรือ wannatalkaboutit.com