ถ้าใครบอกว่าชีวิตในอังกฤษช่วงซัมเมอร์ไม่มีอะไรน่าตื่นเต้น แสดงว่าคนนั้นยังไม่รู้จัก The Great Fete งานเทศกาลที่กำลังจะทำให้คนทั้งประเทศต้องหยุดแผนนัดหมอฟันแล้วควักปฏิทินมากาถี่ยิบ เพราะไลน์อัพที่ประกาศออกมาล่าสุดนั้น… ขำจนปอดสั่น ตื่นเต้นจนหัวใจเกือบปะทุ และน่าสงสัยอย่างหนักว่าทีมจัดงานดื่มน้ำอะไรอยู่ถึงได้คิดเอาคนพวกนี้มารวมกัน
ก่อนอื่นเลย: The Great Fete คืออะไร และทำไมคุณต้องรู้จักมันซะที
สำหรับคนที่ยังไม่คุ้นชื่อ ขอแนะนำสั้นๆ ว่า The Great Fete คืองานเทศกาลสองวันสุดอลังการที่จะจัดขึ้นที่ Hatfield House ในวันเสาร์ที่ 8 และอาทิตย์ที่ 9 สิงหาคม ซึ่ง Hatfield House นั้นไม่ใช่บ้านธรรมดาทั่วไปนะ มันคือคฤหาสน์ประวัติศาสตร์ที่ตั้งตระหง่านมาตั้งแต่สมัยที่คนอังกฤษยังไม่รู้จักฟันน้ำนมหรอก
ลองนึกภาพตาม: ลานสนามหญ้าอันกว้างใหญ่ของคฤหาสน์อายุเป็นร้อยปี เต็มไปด้วยคนอังกฤษในชุดฤดูร้อนถือเบียร์คนละแก้ว ต่อแถวรอฟังเพลงและดูโชว์ตลกในขณะที่แดดอังกฤษแผดเผาอย่างไม่เกรงใจ ฟังดูเหมือนฝันร้ายสำหรับคนที่ไม่ชอบฝูงชน แต่สำหรับคนที่รักเทศกาลดนตรีนั้น… นี่คือสวรรค์บนดิน
และเพื่อให้สวรรค์บนดินมันสมบูรณ์แบบมากขึ้น ล่าสุดก็มีการประกาศเพิ่มชื่อศิลปินและนักตลกเข้ามาอีกระลอก ซึ่งนั่นก็คือสาเหตุที่เราต้องนั่งคุยกันอยู่ตอนนี้
Hard-Fi: วงที่คุณอาจลืมไปแล้ว แต่เพลงยังติดหูจนวันนี้
ก่อนจะพูดถึงรายชื่อใหม่ ขอย้อนรอยให้เห็นภาพรวมก่อนว่าตอนนี้ไลน์อัพของ The Great Fete มันหนักแน่นแค่ไหน เพราะก่อนหน้านี้มีการยืนยันชื่อไปแล้วทั้ง Dizzee Rascal, Faithless, Ocean Colour Scene, Feeder, Chris Moyles และ Craig Charles ซึ่งถ้าคุณโตมากับยุค 90s – 2000s นี่คือชื่อที่ทำให้คุณรู้สึกแก่ขึ้นทันทีแต่ก็ยิ้มไม่หุบ
และล่าสุดที่ทำให้คนตกเก้าอี้กันทั้งประเทศคือการประกาศว่า Hard-Fi จะมาร่วมงานด้วย
สำหรับคนที่ไม่รู้จัก Hard-Fi ขอเล่าสั้นๆ ว่านี่คือวงอินดี้ร็อกจากอังกฤษที่เคยพุ่งขึ้นสู่จุดสูงสุดในช่วงต้นยุค 2000s ด้วยอัลบั้มที่ชื่อ Stars of CCTV และ Once Upon a Time in the West ซึ่งทั้งสองอัลบั้มพุ่งขึ้นอันดับหนึ่งในชาร์ตอังกฤษ ประกอบกับซิงเกิลติดท็อป 20 อีกเพียบ ฟังดูเหมือนวงที่โลกต้องจดจำไปตลอดกาลใช่ไหม
แต่แล้ว Hard-Fi ก็เงียบหายไปเหมือนเพื่อนที่บอกว่าแวะมาเร็วๆ แต่ดันไม่มาจนคุณลืมว่าเคยนัดกัน
โชคดีที่ปี 2022 Hard-Fi ตัดสินใจกลับมารวมวงอีกครั้ง และตอนนี้กำลังทัวร์เทศกาลต่างๆ ช่วงซัมเมอร์นี้ก่อนปล่อยอัลบั้มใหม่ที่ชื่อ Sweating Someone Else’s Fever ซึ่งชื่ออัลบั้มนี้… ฟังดูเหมือนคำอธิบายชีวิตคนทำงานออฟฟิศที่ต้องนั่งรับความเครียดของหัวหน้าทุกวันโดยไม่มีใครขอบคุณ
แฟนเพลงยุค 2000s ที่เคยฟัง Hard-Fi ตอนอยู่มัธยมน่าจะนั่งน้ำตาซึมอยู่บ้านตอนนี้แล้ว เพราะนี่คือเทศกาลที่ทำให้คุณรู้สึกว่าวัยเยาว์กำลังจะกลับมา แม้ว่าเข่าจะร้องทุกครั้งที่ลุกจากเก้าอี้ก็ตาม
ส่วนของนักตลก: เมื่อ The Great Fete ตัดสินใจว่า “ดนตรีอย่างเดียวไม่พอ เอาคนขำเข้ามาด้วย”
นี่คือส่วนที่น่าสนใจที่สุด เพราะนอกจากดนตรีแล้ว The Great Fete ยังมีโซนตลกสแตนด์อัพที่กำลังจะกลายเป็นไฮไลต์ของงาน
ก่อนหน้านี้มีการยืนยันชื่อ Rob Beckett ไปแล้วคนหนึ่ง และล่าสุดก็มีการประกาศเพิ่มอีกสองชื่อที่ทำให้คนรักคอมเมดี้ต้องร้องเฮ
Tom Davis: ผู้ชายที่อยู่ทุกที่บนหน้าจอแต่คุณจำชื่อไม่ได้
ชื่อแรกคือ Tom Davis ซึ่งถ้าคุณดูซีรีส์และภาพยนตร์อังกฤษ คุณอาจเคยเห็นหน้าเขาหลายครั้งโดยไม่รู้ว่าเขาชื่ออะไร นี่คือปรากฏการณ์ที่เรียกว่า “หน้าคุ้นแต่จำชื่อไม่ได้” ซึ่งนักแสดงระดับ Tom Davis คือตัวอย่างที่ดีมาก
Tom Davis เป็นทั้งนักแสดงสแตนด์อัพและนักแสดงที่คุณน่าจะคุ้นหน้าจากซีรีส์ King Gary รวมถึงภาพยนตร์ดังอย่าง Wonka และ Paddington 2 สองเรื่องหลังนั้นคุณอาจไม่ได้สังเกตเขาเป็นพิเศษ เพราะตอนที่ดูคุณอาจกำลังโฟกัสกับหมีที่ใส่แมนโต้และเด็กที่กินช็อกโกแลตอยู่ก็ได้
แต่บอกเลยว่าบนเวทีสแตนด์อัพนั้น Tom Davis คือคนที่ทำให้คุณหัวเราะจนน้ำตาไหลด้วยมุกที่ฟังดูซีเรียสหน้าตายแต่แฝงความตลกไว้ลึกๆ สไตล์ที่เรียกว่า “ตลกจริงจัง” แบบที่คุณต้องตั้งสติสักสองวินาทีก่อนจะหัวเราะออกมา
Seann Walsh: ชายที่ชีวิตเป็นมุกตลกในตัวเอง
ชื่อที่สองและน่าสนใจไม่แพ้กันคือ Seann Walsh ซึ่งถ้าคุณติดตามโทรทัศน์อังกฤษในช่วงหลายปีที่ผ่านมา คุณน่าจะเคยเห็นเขาในรายการหลายโปรแกรม ไม่ว่าจะเป็น Mock the Week, Live At The Apollo, Strictly Come Dancing หรือแม้แต่ I’m A Celebrity… Get Me Out of Here!
โดยเฉพาะ Strictly Come Dancing นั้นเป็นช่วงเวลาที่ทำให้ชื่อ Seann Walsh ติดหูคนอังกฤษแบบที่ไม่ต้องโปรโมทเพิ่มแม้แต่บาทเดียว เพราะในชีวิตจริง บางทีดรามาชีวิตก็เป็นการโปรโมทตัวเองที่ดีกว่าโฆษณาทุกอย่าง
แต่นั่นก็คือสิ่งที่ทำให้ Seann Walsh น่าสนใจ เพราะเขาไม่ใช่นักตลกที่ใช้ชีวิตสวยหรูเป็นวัตถุดิบ เขาใช้ความเละเทะของชีวิตตัวเองเป็นมุกตลก แล้วก็เล่าออกมาด้วยความกล้าหน้าที่ทำให้คนฟังอยากตบบ่าให้กำลังใจในขณะที่ก็กำลังหัวเราะอยู่พร้อมกัน
นั่นแหละคือเสน่ห์ของนักตลกสแตนด์อัพชั้นดี คือความสามารถในการเอาเรื่องเลวร้ายที่สุดของตัวเองมาขายเป็นตั๋วเข้าชมได้
วิเคราะห์ความแน่น: ทำไม The Great Fete ถึงกลายเป็นเทศกาลที่ต้องพูดถึง
ถ้าจะถามว่าทำไม The Great Fete ถึงน่าสนใจกว่าเทศกาลทั่วๆ ไป คำตอบง่ายๆ คือ ไลน์อัพมันครอบคลุมคนหลายกลุ่มเกินไปจนแทบไม่มีใครหาข้อแก้ตัวว่า “ไม่มีศิลปินที่ชอบเลย”
ลองคิดดู: ถ้าคุณชอบฮิปฮอปก็มี Dizzee Rascal, ถ้าชอบอิเล็กทรอนิกส์ก็มี Faithless, ถ้าชอบอินดี้ร็อกก็มี Hard-Fi และ Ocean Colour Scene, ถ้าชอบฟังดีเจก็มี Craig Charles, และถ้าคุณเครียดจากชีวิตจนต้องการหัวเราะแบบระเบิดออกมาก็มี Rob Beckett, Tom Davis และ Seann Walsh รอต้อนรับอยู่แล้ว
แล้ว Chris Moyles ล่ะ? อ้าว ถ้าคุณเคยฟังวิทยุอังกฤษในยุค 2000s คุณก็รู้ว่าเขาคือใคร และถ้าไม่รู้ก็ไม่เป็นไร เพราะอินเทอร์เน็ตมีคำตอบ
สิ่งที่น่าเรียนรู้จากสูตรสำเร็จของ The Great Fete คือการผสมผสานความโนสทัลเจียกับความบันเทิงสด แทนที่จะจัดเทศกาลที่โฟกัสศิลปินกระแสหลักทั้งหมด พวกเขาเลือกที่จะดึงศิลปินที่คนรู้จักจากยุคต่างๆ มารวมกัน ผลลัพธ์คือคุณได้พาพ่อแม่ไปพร้อมกันได้โดยที่ไม่ต้องอธิบายว่าศิลปินคนนี้คือใคร เพราะพ่อแม่รู้จักดีกว่าคุณอีก
บทเรียนชีวิตที่ได้จากงานเทศกาลนี้ (แบบบิดๆ เบี้ยวๆ)
ทุกเทศกาลดีๆ มักสอนบทเรียนชีวิตแฝงไว้ในความสนุก และ The Great Fete ก็ไม่ต่างกัน มาดูกันว่าเราได้เรียนรู้อะไรจากการประกาศไลน์อัพครั้งนี้
บทเรียนที่หนึ่ง: ไม่มีอะไรตายจริงในวงการดนตรี
Hard-Fi หายไปนานแสนนาน แต่ก็กลับมาได้ เหมือนเพื่อนที่บอกว่าจะไปซื้อน้ำแล้วก็หายไป 10 ปีแต่วันหนึ่งก็เดินกลับมาพร้อมน้ำเย็นชื่นใจและอัลบั้มใหม่
บทเรียนที่สอง: ดรามาชีวิตเป็นวัตถุดิบที่ดีที่สุดสำหรับนักตลก
Seann Walsh คือตัวอย่างที่ดีว่าถ้าชีวิตมอบเลมอนให้คุณ ก็จงเอาเลมอนนั้นมาทำมุกตลกขาย แล้วขายตั๋วอีกทีนึง
บทเรียนที่สาม: Hatfield House พิสูจน์ว่าคฤหาสน์เก่าก็ใช้หากินได้ถ้าวางแผนดี
ถ้าคุณมีบ้านใหญ่แต่ไม่รู้จะทำอะไร ลองจัดเทศกาลดูสิ บางทีมันอาจจะได้ผลมากกว่าการเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ที่ไม่มีใครไปก็ได้
คาดการณ์อนาคต: หลังงานนี้จบแล้วจะเกิดอะไรขึ้น
ทุกครั้งที่มีงานเทศกาลใหญ่ จะมีสิ่งที่ตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เสมอ นั่นคือ โมเมนต์ที่คาดไม่ถึง
อาจจะเป็น Hard-Fi ลืมเนื้อเพลงตัวเองหลังจากไม่ได้ซ้อมมาหลายปี แล้วก็เปลี่ยนมาด้วยกีตาร์โซโลยืดๆ เพื่อซื้อเวลาจำเนื้อ อาจจะเป็น Seann Walsh เอาเรื่องที่เกิดขึ้นในงานเทศกาลวันนั้นมาทำมุกตลกต่อหน้าคนดูในทันที หรืออาจจะเป็น Dizzee Rascal กับ Craig Charles ที่ตัดสินใจคอลแล็บกันกลางเวทีแบบที่ไม่มีใครรู้มาก่อน และกลายเป็นคลิปไวรัลที่คนแชร์กันทั่วอินเทอร์เน็ต
นั่นคือความมหัศจรรย์ของเทศกาลดนตรีสดนั่นเอง คุณซื้อตั๋วไปเพื่อดูสิ่งที่ประกาศไว้ แต่สิ่งที่ทำให้คุณจำได้ตลอดชีวิตมักเป็นสิ่งที่ไม่ได้อยู่ในโปรแกรม
สรุปจบ: The Great Fete ปี 2025 คือสิ่งที่ซัมเมอร์ต้องการ
ในยุคที่ทุกคนเครียดกับข่าวสารและชีวิตประจำวัน การมีเทศกาลที่รวมดนตรีดีๆ ตลกระดับมืออาชีพ และบรรยากาศสนุกสนานไว้ในที่เดียวนั้นคือสิ่งที่คนต้องการมากๆ
The Great Fete ที่ Hatfield House ในวันที่ 8-9 สิงหาคม กำลังจะกลายเป็นงานที่คนพูดถึงไปอีกนาน ไม่ใช่แค่เพราะไลน์อัพที่แน่น แต่เพราะมันคือการนำความทรงจำดีๆ จากหลายยุคหลายสมัยมาเปิดอีกครั้งในวันเดียวกัน
สำหรับคนที่อยู่อังกฤษและยังไม่ได้ซื้อตั๋ว… คุณกำลังรอให้ตั๋วหมดก่อนแล้วค่อยเสียใจอยู่หรือเปล่า เพราะนั่นก็เป็นประสบการณ์มนุษย์ที่คลาสสิกมากเช่นกัน
และสำหรับคนที่อยู่ไกลเกินไปจะไปชม ก็ไม่ต้องเสียใจ เพราะเราจะยังคงรายงานความเคลื่อนไหวของเทศกาลนี้ต่อไป แม้ว่าคุณจะได้แค่นั่งดูภาพและจินตนาการตามก็ตาม บางทีมันก็ดีกว่ายืนเบียดคนในสนามหญ้าแฉะๆ กลางแดดเจ็ดสิบองศา ฟาเรนไฮต์ที่อังกฤษเรียกว่า “หน้าร้อน” อยู่ดี