‘น้าเน็ก’ เปิดใจครั้งแรก! ยอมรับมีลูก 2 คน-หย่าเมียแล้ว ไม่ใช่โกหกแค่ไม่บอก พร้อมเผยเหตุผลที่ต้องปกปิดมาตลอด

เรียกได้ว่าเป็นประเด็นที่สะเทือนวงการบันเทิงไทยอย่างหนักในช่วงนี้ เมื่อ “น้าเน็ก เกตุเสพย์สวัสดิ์” พิธีกรชื่อดังที่ผู้คนรู้จักกันดีในฐานะคนโสด ได้ออกมาเปิดใจครั้งแรกผ่านรายการ “Life Lesson บทเรียนเปลี่ยนชีวิต” ยอมรับว่าตัวเองมีลูกแล้วถึง 2 คน และหย่าร้างจากภรรยามาแล้ว ซึ่งเป็นเรื่องที่หลายคนตกตะลึงเพราะตลอดหลายปีที่ผ่านมาไม่เคยมีใครรู้เรื่องนี้เลย กระแสข่าวลืออักษรย่อที่ทำให้ทุกอย่างพังทลาย เรื่องราวนี้เริ่มต้นจากกระแสข่าวลืออักษรย่อที่แพร่สะพัดในโลกออนไลน์ กล่าวถึงพิธีกรดังที่ถูกกล่าวหาว่าแอบซุกเมียหลวงเปย์เมียน้อย และมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมกับเด็กฝึกงาน ทำให้ชาวเน็ตพุ่งเป้าไปที่พิธีกรรุ่นใหญ่หลายคน โดยเฉพาะน้าเน็กที่กลายเป็นเป้าหมายหลักของการเดาสาย แม้ว่าน้าเน็กจะไม่ได้เป็นคนที่ข่าวลือนั้นพูดถึง แต่กระแสการเดาสายและคำถามจากสาธารณชนที่ว่า “น้าเน็กไปมีครอบครัวตอนไหน” กลับทำให้เขาตัดสินใจออกมาเปิดเผยความจริงที่ซุกซ่อนมานานหลายปี ซึ่งการเปิดเผยครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากการถูกจับได้หรือถูกเปิดโปง แต่เป็นการตัดสินใจด้วยตัวเองที่อยากให้ผู้คนได้เข้าใจในบางส่วนของชีวิต “ผมมีลูกแล้ว 2 คน และผมหย่าร้าง” ในคลิปที่เผยแพร่บนรายการ “Life Lesson บทเรียนเปลี่ยนชีวิต” น้าเน็กได้พูดอย่างตรงไปตรงมาว่า “ผมมีลูกแล้วนะครับ แล้วผมก็ไม่เคยพูดที่ไหนอย่างจริงจัง และวันนี้ผมก็จะไม่พูดเรื่องนี้อย่างจริงจัง” คำพูดนี้ฟังดูขัดแย้งในตัวเอง แต่กลับสะท้อนถึงความรู้สึกที่ซับซ้อนของพ่อคนหนึ่งที่พยายามปกป้องลูกจากสายตาของสังคมและภาระของชื่อเสียง น้าเน็กเล่าว่าเขามีลูกทั้งหมด 2 คน และได้หย่าร้างจากภรรยามาแล้ว แต่ตลอดเวลาที่ผ่านมาเขาได้ดูแลลูกอย่างดีเสมอ โดยเพื่อนคนรอบข้างทราบเรื่องนี้ดี ไม่ได้มีการหลบซ่อนหรือปิดบังในแวดวงใกล้ชิด แต่เขาเพียงแค่ไม่ได้เอาลูกมาแห่ออกสื่อหรือชี้ชัดว่านี่คือลูกของเขา เหตุการณ์ที่สะเทือนใจที่สุดที่เขาเล่าถึงคือวันที่ 18 มกราคม ที่ผ่านมา เมื่อเขาได้ไปร่วมงานรับปริญญาของลูกชายคนเล็ก น้าเน็กบอกว่า “ผมเข้าใจความรู้สึกพ่อแม่ที่เห็นลูกเรียนจบปริญญาตรี” … Read more

จ้าวลู่ซือกลายเป็นแม่ค้าแพนเค้ก! ดาราดังยืนขายของกลางตลาดจนคนจำไม่ได้ว่าเป็นดารา

ในยุคที่คนดังต่างพยายามสร้างภาพลักษณ์ที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น “จ้าวลู่ซือ” นักแสดงสาวชื่อดังจากจีนกลับทำให้ทุกคนต้องตะลึง เมื่อเธอไม่ได้แค่โพสต์รูปแบบดารา แต่เลือกที่จะ “ลงมือทำจริง” ด้วยการตั้งแผงขายแพนเค้กไข่ด้วยตัวเองกลางตลาดกลางคืนที่มณฑลไห่หนาน โดยไม่มีกล้องถ่ายรายการ ไม่มีทีมงาน แค่เธอคนเดียวกับความฝันเล็กๆ ที่อยากใช้ชีวิตแบบคนธรรมดา เมื่อดาราดังกลายเป็นแม่ค้าแพนเค้กข้างถนน เรื่องราวเริ่มต้นเมื่อวันที่ 20 มกราคม 2568 ที่ผ่านมา เมื่อลูกค้าหลายคนในตลาดกลางคืนแห่งหนึ่งในมณฑลไห่หนานเริ่มสังเกตเห็นแม่ค้าหน้าตาคุ้นๆ ที่กำลังยืนทอดแพนเค้กไข่อยู่ที่แผงเล็กๆ บรรยากาศธรรมดาสุดๆ ไม่มีป้ายไฟวิ๊งวับ ไม่มีการจัดฉาก ไม่มีกล้องถ่ายทำ ไม่มีแม้แต่บอดี้การ์ด แค่เธอคนเดียวกับอุปกรณ์ทำแพนเค้กชุดเล็กๆ สิ่งที่น่าทึ่งยิ่งกว่านั้นคือ จ้าวลู่ซือจัดการทุกอย่างด้วยตัวเอง ตั้งแต่ทอดแพนเค้ก คว้าส่วนผสม แพ็กอาหาร รับเงิน ทอนเงิน ไปจนถึงพูดคุยกับลูกค้าแบบเป็นกันเอง เหมือนแม่ค้าที่ขายของมานานหลายปี คลิปวิดีโอที่ถูกถ่ายโดยลูกค้าและแพร่สะพัดไปทั่วโลกออนไลน์แสดงให้เห็นถึงความเป็นธรรมชาติของเธอ ไม่เกร็ง ไม่แกล้งทำดูเป็นคนธรรมดา แต่เธอเป็นตัวของตัวเองจริงๆ ที่น่าสนใจคือ ส่วนใหญ่ลูกค้าที่มาซื้อก็ไม่รู้ว่าแม่ค้าคนนี้คือดาราดัง จนกระทั่งในออเดอร์สุดท้ายของคืนนั้น ถึงมีคนจำเธอได้และเริ่มขอถ่ายรูป ซึ่งเธอก็ให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ ยิ้มแย้ม พูดคุย และยังแจกถังหูลู่ (ขนมเล็กๆ) ให้แฟนๆ ที่แวะมาอุดหนุนด้วย “นี่คือความฝันเล็กๆ ของฉัน” คำตอบจากใจของจ้าวลู่ซือ หลังจากที่เรื่องราวนี้กลายเป็นกระแสดังในโลกออนไลน์ จ้าวลู่ซือก็ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ผ่านการไลฟ์สดบนแพลตฟอร์ม Xiaohongshu … Read more

“ไอซ์ อธิชนัน” เปิดปากแล้ว! เผยสาเหตุจริงเลิก “แชป วรากร” หลังคบ 3 ปี ยันไม่มีคนที่ 3 แต่ใจสลาย พร้อมเคลียร์ภาพพรีเวดดิ้งที่โซเชียลแห่แชร์

วงการบันเทิงไทยต้องสะดุดหยุดชะงักไปพักใหญ่ เมื่อข่าวรักสลายของคู่ดารา “แชป วรากร” และ “ไอซ์ อธิชนัน” ได้ถูกประกาศออกมาอย่างเป็นทางการ หลังจากทั้งคู่เดินทางคู่กันมาได้ถึง 3 ปีเต็ม จนหลายคนตั้งความหวังว่าจะได้เห็นพิธีวิวาห์สุดหวานของทั้งคู่ในไม่ช้า แต่แล้วความจริงกลับพลิกผันไปในทิศทางที่ไม่มีใครคาดคิด ล่าสุด หลังจากที่ฝ่ายชายออกมาเปิดเผยข่าวการเลิกราก่อนหน้านี้ บัดนี้ “ไอซ์ อธิชนัน” ก็ได้ออกมาเปิดใจเป็นครั้งแรก พร้อมเคลียร์ประเด็นที่สังคมออนไลน์กำลังถกเถียงกันอย่างดุเดือด โดยเฉพาะเรื่องภาพพรีเวดดิ้งที่เคยทำให้ทุกคนเชื่อว่า “งานนี้มีวิวาห์” และข่าวลือเรื่องมือที่สามที่แพร่สะพัดไปทั่ว ยืนยันเป็นความจริง แต่ไม่มีใครผิด ดาราสาวเปิดปากว่า สิ่งที่แชปได้พูดไปก่อนหน้านี้เป็นความจริงทั้งหมด โดยเธอเน้นย้ำว่าในทุกความสัมพันธ์ที่เธอเข้าไป เธอตั้งใจและอยากให้ผลลัพธ์ออกมาดีที่สุดเสมอ นี่ไม่ใช่ความรักแบบเล่นๆ หรือความรักที่เข้ามาเติมเต็มความเหงา แต่เป็นความรักที่มีเป้าหมายชัดเจน มีความตั้งใจที่จะเดินไปด้วยกันจนถึงจุดหมายปลายทาง แต่บางครั้ง การพยายามอย่างเต็มที่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะประสบความสำเร็จเสมอไป เมื่อมาถึงจุดที่ทั้งคู่พยายามอย่างเต็มที่แล้วแต่ก็ไปต่อไม่ได้ การถอยกลับมาเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันจึงกลายเป็นทางออกที่ดีที่สุดสำหรับทั้งคู่ นี่คือการตัดสินใจที่มาจากความเป็นผู้ใหญ่ ไม่ใช่การหนีปัญหา แต่เป็นการเผชิญหน้ากับความจริงอย่างกล้าหาญ คำพูดนี้สะท้อนให้เห็นถึงความเป็นผู้ใหญ่และการมองการณ์ไกลของทั้งสองคน ที่แม้จะมีความรักและความผูกพันกันมาก แต่ก็ยอมรับความจริงว่าบางสิ่งบางอย่างมันไปต่อไม่ได้จริงๆ แทนที่จะฝืนไปด้วยกันจนกลายเป็นความทรมานร่วมกัน การเลือกที่จะจากกันด้วยดีกลับเป็นการรักษาความทรงจำอันสวยงามที่เคยมีร่วมกัน เคลียร์ประเด็นร้อน! ไม่มีขอแต่งงาน ไม่มีวิวาห์ล่ม หนึ่งในประเด็นที่ทำให้สาธารณชนตกใจและเสียใจกันอย่างมากคือการมีข่าวลือว่า ทั้งคู่กำลังจะแต่งงานกัน หลายคนอ้างอิงจากภาพชุดแต่งงานที่หวานชื่นและคลิปคู่หวานต่างๆ ที่เคยถูกเผยแพร่ออกมา จนทำให้หลายคนเชื่อว่างานนี้ “มีวิวาห์แน่นอน” แต่แล้วเมื่อข่าวเลิกราออกมา … Read more

“เบนซ์ ปุณยาพร” เปิดใจอยากได้ลูกแฝดชายหญิง! ชวนสามีทำการบ้านทุกวันแต่จบด้วยเสียงหัวเราะ – อ.ชัญญาทำนายเรื่องลูกตรงใจ

เมื่อดาราสาวสวยอย่าง “เบนซ์ ปุณยาพร” ออกมาเปิดใจเรื่องการวางแผนมีลูก มันไม่ใช่แค่การคุยธรรมดาๆ แต่เต็มไปด้วยเรื่องราวที่ทั้งสนุก ทั้งซึ้ง และที่สำคัญคือ ตรงจริง กับชีวิตคู่ที่มีทั้งความรักและเสียงหัวเราะปนกัน ในรายการ “แม๊…เม้าท์ ยังไงไหนเล่าซิ” ครั้งล่าสุด สาวเบนซ์พาทัวร์อาณาจักรโรงแรมสุดหรู “รอยัลคลิฟ บีช รีสอร์ท พัทยา” ของคุณสามี “แก๊ป วิทนาถ” พร้อมเปิดใจเรื่องราวในวงการบันเทิงและชีวิตส่วนตัวที่หลายคนอาจไม่เคยรู้ โดยเฉพาะเรื่องการวางแผนมีลูกที่ทำเอาแฟนๆ ทั้งขำและซาบซึ้งไปพร้อมกัน จากสาวต่างจังหวัดสู่ดาราแถวหน้า – เบื้องหลังความสำเร็จที่ไม่มี “ดวงดาว จารุจินดา” อาจไม่มีวันนี้ หลายคนอาจรู้จัก “เบนซ์ ปุณยาพร” ในฐานะนางเอกสาวคนสวยที่มีผลงานการแสดงมากมาย แต่น้อยคนนักที่จะรู้ว่าเบื้องหลังความสำเร็จนั้น เธอเคยผ่านช่วงเวลาที่หนักหนาสาหัสจนอยากออกจากวงการ “เข้าวงการแล้วเหนื่อยมาก ร้องไห้อยากจะออกจากวงการ” เบนซ์เล่าถึงช่วงเวลาแรกๆ หลังจากประกวดเสร็จและก้าวเข้าสู่วงการบันเทิง ซึ่งช่วงนั้นเธอได้รับบทนางเอกมาแทนคนอื่น โดยที่ยังไม่มีพื้นฐานการแสดงเลยสักนิด “ตอนนั้นประกวดเสร็จเราก็เริ่มเข้าวงการบันเทิงเลย เป็นเหมือนดวงอ่ะแม่ จริงๆ แล้วละครเรื่องนี้เขาบอกไปหมดแล้วว่าพระเอกนางเอกคือใคร แล้วตัวเราเองเหมือนกับไปสวมแทนเขา” เบนซ์เล่าถึงจุดเริ่มต้นที่ไม่ง่ายเลย สิ่งที่ทำให้ทุกอย่างยากขึ้นไปอีก คือเธอมาจากต่างจังหวัด พูดสำเนียงใต้ถิ่นทองแดง ไม่มีพื้นฐานการแสดง ทำให้ในกองถ่าย “โดนด่าทุกวัน … Read more

“ดีเจโซดา” ซึ้งใจ! คนไทยซื่อสัตย์สุดๆ ช่วยตามหากำไลหรู 2 แสนกลับคืนมา – เผยไม่ใช่ครั้งแรกที่เจอปาฏิหาริย์แบบนี้!

เรื่องราวที่กำลังสร้างกระแสความประทับใจไปทั่วโซเชียลมีเดีย เมื่อ “ดีเจโซดา” หรือ “ฮวังโซฮี” ดีเจสาวชื่อดังจากเกาหลีใต้ ออกมาชื่นชมและแสดงความซาบซึ้งต่อน้ำใจของคนไทย หลังจากทำกำไลแบรนด์เนมระดับไฮเอนด์หายในคลับดังกรุงเทพฯ แต่สุดท้ายก็ได้คืนมา จนเธอต้องออกมาบอกว่า “นี่คือปาฏิหาริย์” และไม่ใช่ครั้งแรกที่เจอเหตุการณ์แบบนี้ในเมืองไทย กำไล Cartier Love มูลค่า 2 แสนบาท หายกลางคลับดัง เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อคืนวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ขณะที่ดีเจโซดาไปเที่ยวที่ Salone Club แห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ กำไล “Cartier Love” ที่เธอสวมใส่มูลค่าประมาณ 10 ล้านวอน หรือราว 214,923 บาท หายไปอย่างไม่ทันตั้งตัว ที่น่าตกใจยิ่งกว่านั้นคือ เธอเพิ่งมารู้ตัวว่าทำหายหลังจากผ่านไป 2 วันเต็ม สำหรับใครที่ไม่รู้จัก Cartier Love นี่คือกำไลระดับไอคอนิกของแบรนด์หรูระดับโลกอย่าง Cartier ที่มีดีไซน์พิเศษด้วยระบบล็อกแบบสกรูที่ต้องใช้ไขควงพิเศษในการล็อก-ปลด ทำให้เป็นสัญลักษณ์ของความรักและความผูกพันที่แน่นแฟ้น ราคาเริ่มต้นหลักแสนบาทขึ้นไป ขึ้นอยู่กับวัสดุและขนาด เผยเบื้องหลังการทำหาย – ลืมล็อกเพราะใส่กำไลหลายเส้น ดีเจโซดาเล่าถึงสาเหตุที่ทำให้กำไลหายไปอย่างไม่น่าเชื่อว่า คืนนั้นเธอใส่กำไลหลายเส้นมาก จนคิดว่าน่าจะลืมล็อกกำไล Cartier Love … Read more

พังทลาย! เพจดังเปิดใจ กระติ๊บ โทรมาร้องไห้ หลังรักแตก 15 ปี ทิ้งแค่ความเจ็บและงานแต่ง

ชีวิตของคนดังในวงการบันเทิงไทยมักถูกมองว่าแวววาว เปล่งประกาย แต่เบื้องหลังความสำเร็จนั้น บางครั้งก็ซ่อนเร้นความเจ็บปวดที่ไม่มีใครรู้ เมื่อวันที่ 24 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา วงการบันเทิงไทยต้องตะลึงกับข่าวการเลิกราของนักแสดงสาวฝีมือดี ‘กระติ๊บ’ ชวัลกร วรรธนพิสิฐกุล กับแฟนหนุ่ม ‘ปั่น พจศกร’ ที่คบหากันมาถึง 15 ปี พร้อมกับแผนการแต่งงานที่ล่มสลายลงเพียงชั่วข้ามคืน ล่าสุด เพจเฟซบุ๊กชื่อดัง ‘ตามติดชีวิตแม่บ้านแขก’ ที่มีผู้ติดตามหลายหมื่นคน ได้ออกมาเปิดเผยรายละเอียดสะเทือนใจ หลังจากที่กระติ๊บได้โทรศัพท์มาระบายความเจ็บปวดกับเจ้าของเพจ ซึ่งได้เปิดเผยว่าตนเองรู้สึกเจ็บปวดแทนนักแสดงสาวคนนี้อย่างมาก โดยเฉพาะเมื่อรู้ว่าความสัมพันธ์ที่สร้างมาถึง 15 ปี ต้องจบลงเพียงเพราะความไม่ซื่อสัตย์ของอีกฝ่าย เมื่อ 15 ปี กลายเป็นแค่ตัวเลขว่างเปล่า การคบหากันถึง 15 ปี ไม่ใช่เรื่องสั้น ๆ ในชีวิตของใครก็ตาม สำหรับกระติ๊บ ชวัลกร ช่วงเวลาเหล่านั้นคือการลงทุนด้วยอารมณ์ความรู้สึก ความไว้วางใจ และความหวังในอนาคต เธอมีแผนที่จะแต่งงานกับปั่น พร้อมสร้างครอบครัว มีลูก และใช้ชีวิตร่วมกันไปตลอด แต่ทุกอย่างพังทลายลงเมื่อความจริงถูกเปิดเผยจากผู้หญิงอีกคน เจ้าของเพจ ‘ตามติดชีวิตแม่บ้านแขก’ บอกว่า เมื่อรับโทรศัพท์จากกระติ๊บและได้ยินเสียงที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด … Read more

“28 ปีที่รอคอย! จอย ศิริลักษณ์ เปิดใจครั้งแรก ซุ่มแต่งงานนักดนตรีรักแรก – กอดครั้งเดียวรู้เลยว่านี่คือบ้าน”

เมื่อความรักแท้ไม่เคยจางหาย แม้เวลาจะผ่านไปเกือบ 3 ทศวรรษ ในวงการบันเทิงไทยที่เต็มไปด้วยเรื่องราวความรักที่มาเร็วไปเร็ว นี่คืออีกหนึ่งบทพิสูจน์ที่ว่า “รักแท้” ไม่ได้วัดกันที่ระยะเวลา แต่วัดกันที่ “ความรู้สึก” ที่ไม่เคยเปลี่ยนไป จอย ศิริลักษณ์ นางเอกดาวรุ่งในยุค 90 ที่หลายคนจดจำได้ดี เพิ่งเปิดใจครั้งแรกผ่านรายการ “คุยแซ่บshow” บนช่อง One31 พร้อมกับสามีคนใหม่ “บี กฤษณะพงศ์” นักดนตรีหนุ่มที่เธอเพิ่งซุ่มแต่งงานไปเมื่อต้นเดือนมกราคม 2569 ที่ผ่านมา แต่สิ่งที่ทำให้เรื่องราวนี้พิเศษกว่าใครคือ… นี่ไม่ใช่ความรักใหม่ แต่เป็นความรักที่ถูกทิ้งไว้ให้ค้างคา ถูกเก็บกดไว้ในใจมานานถึง 28 ปี! จุดเริ่มต้นของความรักที่ไม่เคยมีสถานะ ย้อนกลับไปเมื่อ 28 ปีก่อน ในยุคที่เพจเจอร์ยังครองโลก และโทรศัพท์มือถือยังไม่ใช่ของคู่ใจทุกคน จอยและบีได้รู้จักกันครั้งแรกในห้องอัดเพลง บีเป็นนักดนตรีที่เข้ามาร่วมงานเป็นวงแบ็กอัปให้จอยที่กำลังโปรโมตเพลง จุดประกายครั้งแรกเกิดขึ้นเมื่อบีเห็นจอยออกรายการข่าวตอนเช้า สังเกตเห็นว่าเธอเปลี่ยนทรงผมใหม่ ก็เลยส่งข้อความผ่านเพจเจอร์ไปชม “สมัยนั้นเพจเจอร์นะ!” จอยหัวเราะเล่าให้ฟัง ก่อนจะเสริมว่าตัวเองโทรกลับไปหาบีทันที และนั่นก็คือจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ที่ “แปลกประหลาด” อย่างที่ไม่เคยมีใครเล่า ทั้งคู่ใช้เวลาอยู่ด้วยกันถึง 2 ปีเต็ม แต่ไม่เคยมี “สถานะ” อย่างเป็นทางการสักครั้ง! … Read more

เปิดปม! “ชาอึนอู” เจอดราม่าครั้งใหญ่ ถูกเรียกเก็บภาษีย้อนหลัง 426 ล้านบาท แบรนด์ดังแห่ถอดโฆษณา ชาวเน็ตสงสัยแผนเข้ากรม

วงการบันเทิงเกาหลีใต้เกิดความวุ่นวายครั้งใหญ่ เมื่อ “ชาอึนอู” หนึ่งในพระเอกหน้าหวานที่ได้รับการยกย่องว่าเป็น “อัจฉริยะทางใบหน้า” และสมาชิกวงไอดอล ASTRO ต้องเผชิญกับข้อกล่าวหาเรื่องการเลี่ยงภาษี พร้อมถูกเรียกเก็บภาษีย้อนหลังมูลค่ากว่า 20,000 ล้านวอน หรือราว 426 ล้านบาท จนกลายเป็นตัวเลขที่สูงที่สุดเท่าที่เคยมีการเรียกเก็บจากดาราในประเทศกิมจิ “บริษัทกระดาษ” ของคุณแม่ กลายเป็นจุดเริ่มของดราม่า ทุกอย่างเริ่มต้นเมื่อกรมสรรพากรเกาหลีใต้ (National Tax Service) ออกหนังสือแจ้งให้ชาอึนอูทราบถึงรายการภาษีที่ต้องชำระเพิ่มเติม รวมถึงภาษีเงินได้ที่สะสมมาเป็นเวลานาน โดยมีมูลค่ารวมกว่า 20,000 ล้านวอน หรือประมาณ 426 ล้านบาท ซึ่งเป็นตัวเลขที่ทำเอาแฟนคลับและชาวเน็ตต่างตกตะลึง ที่น่าสนใจคือ รูปแบบการทำงานของชาอึนอูที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่สรรพากรพบว่า มารดาของเขาได้ก่อตั้งบริษัทขึ้นมาหนึ่งบริษัท และทำสัญญาจ้างบริการกับ Fantagio ค่ายเพลงและต้นสังกัดของชาอึนอู เพื่อสนับสนุนกิจกรรมในวงการบันเทิงของลูกชาย รายได้ทั้งหมดของชาอึนอูจึงถูกแบ่งกันเป็นสามส่วน ได้แก่ Fantagio, บริษัทของมารดา และตัวชาอึนอูเอง ปัญหาคือ เจ้าหน้าที่สรรพากรมองว่าบริษัทที่มารดาของเขาก่อตั้งขึ้นนั้นเป็น “บริษัทกระดาษ” (Paper Company) หรือบริษัทที่จัดตั้งขึ้นบังหน้าเพื่อจุดประสงค์บางอย่าง โดยเฉพาะเรื่องการลดหย่อนภาษี ทำให้การจัดสรรรายได้แบบนี้อาจไม่ถูกต้องตามกฎหมายภาษีอากร ต้นสังกัดออกโรง ยืนยันพร้อมต่อสู้คดี เมื่อข่าวนี้ระเบิดออกมา … Read more

เปิดปมฉาว “ทนายแก้ว” จกเยาวชน 18 บนรถ! ขอโทษทุกฝ่าย แต่ไม่ให้รายละเอียด กลัวเรื่องบานปลาย

วงการกฎหมายไทยเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ เมื่อข่าวฉาวของทนายความชื่อดังระดับประเทศถูกเปิดเผยออกมา จนกลายเป็นกระแสที่ทุกคนจับตามอง เรื่องราวที่เริ่มจากการใบ้ชื่อในโซเชียลมีเดีย กลายเป็นประเด็นร้อนที่มีคนพูดถึงกันทั่วประเทศ วันนี้เราจะพาทุกคนไปเจาะลึกทุกมุมของเรื่องนี้ ตั้งแต่ต้นจนจบ เริ่มต้นที่การใบ้ชื่อบนโลกโซเชียล ทุกอย่างเริ่มต้นเมื่อมีหลายเพจดังบนโซเชียลมีเดียเริ่มใบ้อักษรย่อแบบชัดเจน โดยระบุชื่อว่าเป็น “ทนายแก้ว ดร.มนต์ชัย จงไกรรัตนกุล” ทนายความที่มีชื่อเสียงในแวดวงกฎหมาย มีผลงานและชื่อเสียงที่สร้างมาอย่างยาวนาน แต่ครั้งนี้กลับมาในบริบทที่ไม่มีใครคาดคิด ข่าวที่แพร่สะพัดออกมาเป็นเรื่องที่สร้างความตกตะลึงให้กับสังคมอย่างมาก มีการกล่าวหาว่าทนายดังท่านนี้ได้พาเยาวชนอายุเพียง 18 ปี ขึ้นไปบนรถ และเกิดเหตุการณ์ที่ไม่เหมาะสม ทั้งการจก ล้วง จูบ และกระทำการอื่นๆ ที่ละเมิดความเหมาะสม สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้ร้อนแรงขึ้นไปอีกคือมีการอ้างว่า เยาวชนคนดังกล่าวได้แอบอัดเสียงไว้เป็นหลักฐาน เมื่อทราบว่าเรื่องอาจจะแดง จึงมีการส่งคนไปเคลียร์กับครอบครัวของเยาวชน แต่กลับเจอกับคำถามจากพ่อแม่ที่ตอบกลับมาว่า “ถ้าลูกคุณโดนบ้าง จะทำอย่างไร” จนทำให้สถานการณ์ตึงเครียดและไปต่อไม่ได้ ปรากฏการณ์สื่อแท็บลอยด์ในยุคโซเชียล ก่อนที่เราจะไปต่อกับเนื้อหาหลัก มาทำความเข้าใจกันก่อนว่า ทำไมข่าวแบบนี้ถึงแพร่กระจายเร็วและสร้างกระแสได้มากขนาดนี้ นี่คือธรรมชาติของ “สื่อสิ่งพิมพ์ขนาดเล็กเน้นข่าวบันเทิง” หรือที่เรารู้จักกันในนาม แท็บลอยด์ (Tabloid) ในยุคดิจิทัล การพาดหัวข่าวแบบเรียกแขก หรือ Sensationalism คือศิลปะการนำเสนอข่าวที่ออกแบบมาเพื่อดึงดูดความสนใจ ทำให้คนอยากอ่าน อยากรู้ต่อ โดยเฉพาะเมื่อเป็นข่าวที่เกี่ยวกับบุคคลมีชื่อเสียง การใช้คำว่า “ทนายดัง” “ฉาว” … Read more

หมอเต้ยเตือนแล้ว! “จุ๊บปากเด็ก” เคยทำเด็กตาบอด หลังดราม่า “บิ๊ก-ซัน” จุ๊บลูกสาวในงานแต่ง

เรื่องที่เริ่มจากความรักความอบอุ่น กลับกลายเป็นบทเรียนสำคัญที่ทุกคนต้องรู้! หลังจากภาพ “ซัน วงศธร” จูบปากลูกสาวของ “บิ๊ก ผู้ใหญ่บ้านฟินแลนด์” ในงานแต่งงานกับ “แพรวพราว แสงทอง” อดีตภรรยา กลายเป็นดราม่าร้อนแรงบนโลกออนไลน์ จนทำให้ “หมอเต้ย” นพ.ฉัตรพล คงเฟื่องฟุ้ง ศัลยแพทย์พลาสติกเฉพาะทาง ต้องออกมาเตือนภัยที่หลายคนอาจไม่รู้ว่า… การจูบปากเด็กไม่ได้แค่เป็นเรื่องของมารยาทหรือวัฒนธรรม แต่อาจส่งผลร้ายแรงถึงขั้นทำให้เด็กตาบอดถาวรได้! ดราม่าที่ทำให้ทั้งประเทศต้องหันมาคุย “วัฒนธรรมการแสดงความรัก” เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2568 โลกโซเชียลเดือดพล่านด้วยภาพคลิปจากงานแต่งงานที่กลายเป็นประเด็นถกเถียงกันสนั่น ภาพที่ว่านั้นคือการที่ “ซัน วงศธร” ดาราและนักแสดงชื่อดัง ได้จูบปากลูกสาวตัวน้อยของ “บิ๊ก ผู้ใหญ่บ้านฟินแลนด์” พ่อเจ้าสาวในงานแต่งที่จัดกับ “แพรวพราว แสงทอง” อดีตภรรยาของเขา คลิปดังกล่าวถูกแชร์ว่อนไปทั่วแพลตฟอร์มต่างๆ พร้อมคอมเมนต์วิจารณ์ที่หลากหลาย บางคนมองว่าเป็นการแสดงความรักความอบอุ่น บางคนก็เห็นว่าไม่เหมาะสม และหลายคนเริ่มตั้งคำถามว่า “การจูบปากเด็ก” นั้นปลอดภัยหรือไม่? สำหรับ “บิ๊ก ผู้ใหญ่บ้านฟินแลนด์” เจ้าตัวได้ออกมาแสดงความไม่พอใจอย่างชัดเจน โดยระบุว่าเป็นภาพที่ไม่เหมาะสม แม้จะเกิดขึ้นในบรรยากาศของงานเลี้ยงฉลองก็ตาม เหตุการณ์นี้จึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการพูดคุยกันอย่างกว้างขวางเกี่ยวกับขอบเขตการแสดงความรักต่อเด็ก และสิ่งที่ตามมาคือคำเตือนจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่ทำให้หลายคนต้อง “สะดุ้ง” … Read more