กรณีเด็กนักเรียนกลุ่มหนึ่งนำความสามารถทางดนตรีมาแสดงและขอรับบริจาคเงินบนทางเชื่อมสกายวอล์ก บริเวณแยกราชประสงค์ ก่อให้เกิดกระแสในโลกออนไลน์ หลังเพจเฟซบุ๊กดังเผยแพร่ภาพเหตุการณ์ ล่าสุดตำรวจนครบาลได้เข้าดำเนินการช่วยเหลือตามมาตรการคุ้มครองเด็กและเยาวชน พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหาทางออกที่เหมาะสมให้กับเยาวชนกลุ่มนี้
ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลลุมพินี เข้าตรวจสอบกรณีที่มีการเผยแพร่ภาพผ่านเพจเฟซบุ๊ก “drama addict”
ภาพที่เผยแพร่แสดงให้เห็นเด็กและเยาวชนชายจำนวน 1 ราย สวมเครื่องแบบนักเรียนสีขาวกำลังเป่าขลุ่ย มีกล่องรับเงินบริจาควางอยู่ด้านหน้า ณ บริเวณทางเชื่อมสกายวอล์ก (Sky Walk) บริเวณแยกราชประสongค์ ถนนพระราม 1 แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีประชาชนและนักท่องเที่ยวสัญจรไปมาจำนวนมากตลอดเวลา
พื้นที่เสี่ยง เป็นจุดเชื่อมต่อสถานีรถไฟฟ้าหลายสาย
จากการตรวจสอบพบว่า บริเวณทางเชื่อมสกายวอล์กแห่งนี้เป็นทางเชื่อมระหว่างสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสหลายสถานี มีเส้นทางต่อเนื่องครอบคลุมพื้นที่รับผิดชอบของสถานีตำรวจนครบาลปทุมวัน และสถานีตำรวจนครบาลลุมพินี มีประชาชนและนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเดินทางผ่านไปมาอย่างพลุกพล่านตลอดทั้งวัน โดยเฉพาะในช่วงเวลาเร่งด่วนและช่วงเย็น
ด้วยลักษณะพื้นที่ดังกล่าว จึงมีกลุ่มมิจฉาชีพหรือผู้ที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมหลายประเภทแฝงตัวเข้ามาก่อเหตุ อาทิ แก๊งล้วงกระเป๋า ผู้ขอทาน คนเร่ร่อน และผู้แสดงความสามารถเพื่อขอรับบริจาคเงินโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของประเทศ
ระบบเครือข่ายความปลอดภัย การทำงานร่วมกับภาคเอกชน
เพื่อรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าว สถานีตำรวจนครบาลลุมพินีได้จัดตั้งกลุ่มไลน์ชื่อว่า “Guards และ รปภ.” ซึ่งมีสมาชิกกว่า 350 ราย ประกอบด้วยเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยจากห้างสรรพสินค้า อาคารสำนักงาน โรงแรม และสถานประกอบการต่างๆ ในพื้นที่ กลุ่มไลน์นี้ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แจ้งเหตุการณ์ และให้คำแนะนำในการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะผู้ช่วยเจ้าพนักงานตามพระราชบัญญัติธุรกิจรักษาความปลอดภัย
ระบบเครือข่ายนี้ทำให้การป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมในพื้นที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น สามารถแจ้งเหตุและประสานงานกันได้อย่างรวดเร็ว เป็นการบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญของกรุงเทพมหานคร
การติดตามเฝ้าระวัง พบพฤติกรรมซ้ำซากหลบหนีเจ้าหน้าที่
เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยซึ่งเป็นสมาชิกในกลุ่มไลน์ได้แจ้งเบาะแสเกี่ยวกับพฤติกรรมของเด็กและเยาวชนจำนวน 2 คน ได้แก่ เด็กชาย 1 คน และเด็กหญิง 1 คน ที่เข้ามาในพื้นที่เพื่อขอรับบริจาคเงินโดยการแสดงความสามารถทางดนตรี เมื่อสายตรวจจากสถานีตำรวจนครบาลลุมพินีเดินทางไปยังจุดเกิดเหตุเพื่อตรวจสอบ เด็กและเยาวชนดังกล่าวก็รีบเก็บของและหลบหนีออกจากพื้นที่อย่างรวดเร็ว
อย่างไรก็ตาม หลังจากนั้นไม่นาน พบว่าเด็กและเยาวชนกลุ่มเดิมกลับเข้ามาในพื้นที่อีกครั้ง และมีพฤติกรรมเช่นเดิม คือ นั่งเล่นดนตรีและวางกล่องรับบริจาคเงิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาเย็นที่มีผู้คนพลุกพล่าน เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2568 ในช่วงเวลาประมาณ 19.00 – 20.00 น. ที่ผ่านมา มีรายงานว่ากลุ่มเด็กเหล่านี้กลับมาแสดงที่บริเวณเดิมอีกครั้ง
จับกุมตัว พบเป็นนักเรียน 3 คน ถือบัตรแสดงความสามารถ
ต่อมาเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2568 เวลาประมาณ 19.00 น. เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจากภาคีเครือข่ายในกลุ่มไลน์อีกครั้งว่า เด็กและเยาวชนกลุ่มเดิมได้เข้ามาในพื้นที่และมีพฤติกรรมเช่นเดิม คือ เล่นดนตรีและวางกล่องขอรับบริจาคเงิน สายตรวจจากสถานีตำรวจนครบาลลุมพินีจึงเข้าตรวจสอบอย่างใกล้ชิด
การตรวจสอบในครั้งนี้พบว่ามีเด็กและเยาวชนรวม 3 คน กำลังแสดงดนตรีและขอรับบริจาคเงินในลักษณะดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงได้เชิญตัวทั้ง 3 คนมายังสถานีตำรวจนครบาลลุมพินีเพื่อสอบถามข้อเท็จจริงและดำเนินการตามกฎหมาย
ผู้ถูกเชิญมาสอบถามประกอบด้วย:
นายเอ อายุ 16 ปี กำลังศึกษาอยู่ในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ของโรงเรียนแห่งหนึ่ง มีบัตรประจำตัวผู้แสดงความสามารถประเภทการแสดงดนตรี ซึ่งออกให้โดยผู้อำนวยการศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งกรุงเทพมหานคร
เด็กหญิงบี อายุ 10 ปี สัญชาติไทย กำลังศึกษาอยู่ในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ของโรงเรียนแห่งหนึ่ง
เด็กชายซี อายุ 13 ปี สัญชาติไทย กำลังศึกษาอยู่ในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ของโรงเรียนแห่งหนึ่ง ตำบลชุมแสง อำเภอจอมพระ จังหวัดสุรินทร์ มีบัตรประจำตัวผู้แสดงความสามารถประเภทการแสดงดนตรี ซึ่งออกให้โดยผู้อำนวยการศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งกรุงเทพมหานคร
เบื้องหลังชีวิตเด็ก ครอบครัวยากจน หาทุนการศึกษา
จากการสอบถามข้อเท็จจริงอย่างละเอียด พบว่านายเอและเด็กหญิงบีเป็นพี่น้องกัน ปัจจุบันพักอาศัยอยู่กับปู่และย่าในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยปู่มีอาชีพเป็นคนขับรถแท็กซี่รับจ้างในเขตกรุงเทพมหานครมาหลายปี มีรายได้ไม่แน่นอนขึ้นอยู่กับจำนวนผู้โดยสารในแต่ละวัน
ส่วนเด็กชายซีนั้นมีความเป็นญาติกับพี่น้องทั้งสอง ทั้ง 3 คนต่างมีความสามารถทางด้านดนตรี จึงได้ใช้เวลาว่างในช่วงปิดภาคเรียนมาเล่นดนตรีเพื่อขอรับบริจาคเงิน โดยมีเป้าหมายเพื่อนำเงินไปเป็นทุนการศึกษาของตนเอง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความยากลำบากทางเศรษฐกิจของครอบครัวที่ส่งผลกระทบต่อเด็กและเยาวชน
จากคำให้การของเด็กทั้ง 3 คน พวกเขาอ้างว่ามีความตั้งใจดีที่อยากใช้ความสามารถของตนเองหารายได้เพื่อช่วยเหลือครอบครัวและเป็นค่าใช้จ่ายในการเรียน โดยไม่ได้มีเจตนาก่อความเดือดร้อนรำคาญแก่ผู้อื่น อย่างไรก็ตาม การกระทำดังกล่าวถือเป็นการฝ่าฝืนข้อกำหนดและอาจส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของพื้นที่ท่องเที่ยว
ประสานหน่วยงานคุ้มครองเด็ก ส่งต่อกระบวนการช่วยเหลือ
ภายหลังจากการสอบถามข้อเท็จจริงเบื้องต้น สถานีตำรวจนครบาลลุมพินีได้ประสานงานไปยังบ้านพักเด็กและครอบครัวกรุงเทพมหานคร ซึ่งสังกัดกรมกิจการเด็กและเยาวชน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่โดยตรงในการคุ้มครองเด็กและเยาวชนที่ตกอยู่ในภาวะยากลำบากหรือถูกละเมิดสิทธิ
เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำส่งเด็กและเยาวชนทั้ง 3 คนเข้าสู่กระบวนการคุ้มครองตามอำนาจหน้าที่ของหน่วยงาน เพื่อให้ได้รับการดูแลช่วยเหลืออย่างเหมาะสมตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
ทั้งนี้ พบว่าเด็กและเยาวชนกลุ่มนี้มีพฤติกรรมในลักษณะเดียวกันมาก่อนหน้านี้แล้ว และเคยถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจพบและทำบันทึกตกลงทำความเข้าใจกับครอบครัวไปแล้ว แต่ยังคงกลับมากระทำการเช่นเดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่า แสดงให้เห็นว่าการดำเนินการเพียงการตักเตือนอาจไม่เพียงพอ จำเป็นต้องมีมาตรการเชิงรุกและการติดตามช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง
ข้อกำหนดเกี่ยวกับบัตรแสดงความสามารถ
พันตำรวจเอก ยิ่งยศ สุวรรณโณ ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลลุมพินี ชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับบัตรประจำตัวผู้แสดงความสามารถที่เด็กและเยาวชนทั้ง 2 คนถืออยู่ว่า แม้ว่าบัตรดังกล่าวจะออกโดยผู้อำนวยการศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งกรุงเทพมหานคร แต่การใช้บัตรนี้ต้องเข้าเงื่อนไขและข้อกำหนดที่ชัดเจน
เงื่อนไขการใช้บัตรแสดงความสามารถ:
- ต้องได้รับอนุญาตจากสำนักงานเขตในพื้นที่ที่ต้องการแสดง
- ต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าของสถานที่หรือผู้ดูแลพื้นที่นั้นๆ
- ต้องแสดงในพื้นที่ที่กำหนดและเวลาที่เหมาะสม
- ไม่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญแก่ประชาชนและนักท่องเที่ยว
สำหรับบริเวณทางเชื่อมสกายวอล์ก บริเวณแยกราชประสงค์ที่เด็กทั้ง 3 คนไปแสดงนั้น ถือเป็นพื้นที่ที่ผู้ถือบัตรไม่สามารถนำบัตรมาแสดงและกระทำการแสดงได้ เนื่องจากไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของพื้นที่และสำนักงานเขต การกระทำดังกล่าวจึงถือว่าเป็นการฝ่าฝืนข้อกำหนด แม้จะถือบัตรที่ถูกต้องตามกฎหมายก็ตาม
มาตรการเฝ้าระวังและป้องกันอย่างต่อเนื่อง
ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลลุมพินียืนยันว่า สถานีตำรวจนครบาลลุมพินีจะได้เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจตราและกวดขันผู้ที่มีพฤติกรรมเช่นนี้อย่างต่อเนื่อง โดยจะมีการเพิ่มกำลังสายตรวจในพื้นที่เสี่ยง โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่มีประชาชนและนักท่องเที่ยวหนาแน่น
นอกจากนี้ สถานีตำรวจนครบาลลุมพินียังจะดำเนินการป้องกันและปราบปรามจับกุมผู้ที่มีพฤติกรรมมาแฝงตัวก่อเหตุในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็น:
- แก๊งล้วงกระเป๋า ที่มักแฝงตัวในบริเวณที่มีผู้คนพลุกพล่าน
- ผู้ขอทาน ทั้งที่เป็นเด็กและผู้ใหญ่ที่ไม่มีบัตรอนุญาต
- คนเร่ร่อน ที่อาจก่อความเดือดร้อนรำคาญ
- ผู้แสดงความสามารถโดยไม่ได้รับอนุญาต
- มิจฉาชีพประเภทต่างๆ ที่อาจส่งผลกระทบต่อนักท่องเที่ยว
พื้นที่เป้าหมายครอบคลุมตามแนวทางเชื่อมสกายวอล์กของรถไฟฟ้าบีทีเอสและย่านสุขุมวิท ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของประเทศและเป็นพื้นที่ที่มีการสัญจรของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติจำนวนมาก การรักษาความสงบเรียบร้อยและภาพลักษณ์ที่ดีของพื้นที่จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง
ประชุมหน่วยงานเกี่ยวข้อง หาแนวทางแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน
ต่อมาในเวลา 16.00 น. ของวันที่ 17 ตุลาคม 2568 พันตำรวจเอก ยิ่งยศ สุวรรณโณ ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลลุมพินี เปิดเผยว่า สถานีตำรวจนครบาลลุมพินีได้จัดประชุมหารือร่วมกับหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองเด็กและเยาวชน เพื่อหาแนวทางการปฏิบัติที่เหมาะสมและแก้ไขปัญหาเด็กกระทำผิดและปัญหาเด็กขอทานในพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวในเขตพื้นที่ความรับผิดชอบของสถานีตำรวจนครบาลลุมพินี
ผู้เข้าร่วมประชุมประกอบด้วย:
- พันตำรวจเอก ยิ่งยศ สุวรรณโณ ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลลุมพินี
- พันตำรวจโท อนันท์ วงศ์คำ รองผู้กำกับการฝ่ายป้องกันปราบปรามสถานีตำรวจนครบาลลุมพินี
- พันตำรวจโท ศรัณย์ พิชิตมโน สารวัตรสถานีตำรวจนครบาลลุมพินี
- พันตำรวจโท สุธี ใยบัว สารวัตรสถานีตำรวจนครบาลลุมพินี
- พันตำรวจตรี วทัญญู บุญหนุน สารวัตรสถานีตำรวจนครบาลลุมพินี
- ผู้แทนจากศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งกรุงเทพมหานคร กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
- ผู้แทนจากบ้านพักเด็กและครอบครัวกรุงเทพมหานคร กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
- ผู้แทนจากสำนักงานเขตปทุมวัน
- ผู้แทนจากสำนักงานเขตคลองเตย
- ผู้แทนจากสำนักงานเขตวัฒนา
แนวทางการช่วยเหลือแบบบูรณาการ
การประชุมในครั้งนี้มุ่งเน้นการทำงานแบบบูรณาการระหว่างหน่วยงานต่างๆ เพื่อหาแนวทางช่วยเหลือเด็กและเยาวชนที่มีปัญหาอย่างยั่งยืน โดยไม่ใช่เพียงแค่การจับกุมและลงโทษเท่านั้น แต่ต้องมองถึงสาเหตุที่แท้จริงของปัญหาและหาวิธีแก้ไขที่ตรงจุด
ประเด็นสำคัญที่หารือในที่ประชุม:
- การจัดหาพื้นที่แสดงความสามารถที่เหมาะสม สำหรับเด็กและเยาวชนที่มีความสามารถทางดนตรีหรือศิลปะ โดยไม่กระทบต่อการจราจรและการท่องเที่ยว
- การสนับสนุนทุนการศึกษา สำหรับเด็กและเยาวชนที่มาจากครอบครัวยากจน เพื่อลดความจำเป็นในการออกมาหารายได้ด้วยวิธีที่ไม่เหมาะสม
- การพัฒนาทักษะและส่งเสริมความสามารถ ให้กับเด็กและเยาวชนที่มีพรสวรรค์ด้านดนตรีหรือศิลปะ เพื่อให้สามารถใช้ความสามารถเหล่านั้นในทางที่ถูกต้องและก่อให้เกิดรายได้ที่เหมาะสมในอนาคต
- การติดตามช่วยเหลือครอบครัว เพื่อแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุและป้องกันไม่ให้เด็กต้องออกมาหารายได้ด้วยวิธีการที่อาจเสี่ยงต่อการถูกเอาเปรียบหรือตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ
- การประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจ ให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยวเกี่ยวกับข้อกำหนดและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง
ความท้าทายในการแก้ปัญหา
ปัญหาเด็กและเยาวชนที่ออกมาขอทานหรือแสดงความสามารถเพื่อหารายได้ในที่สาธารณะเป็นปัญหาที่มีความซับซ้อนและต้องการการแก้ไขอย่างรอบด้าน ไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยการบังคับใช้กฎหมายเพียงอย่างเดียว แต่ต้องมีการทำงานร่วมกันของทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม
ปัจจัยที่ส่งผลให้เกิดปัญหา:
- ความยากจนและความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจในสังคม
- การขาดแคลนทุนทรัพย์ในการเลี้ยงดูบุตรหลานของผู้ปกครอง
- การขาดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสิทธิเด็กและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
- แรงจูงใจจากการได้รับเงินบริจาคจากผู้สัญจรไปมา
- การไม่มีพื้นที่ที่เหมาะสมสำหรับเด็กและเยาวชนที่มีความสามารถพิเศษ
บทบาทของสังคมและภาคประชาชน
นอกจากการดำเนินการของหน่วยงานราชการแล้ว ภาคประชาชนก็มีบทบาทสำคัญในการช่วยแก้ไขปัญหานี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการไม่สนับสนุนพฤติกรรมการขอทานของเด็ก แม้ว่าจะมาในรูปแบบของการแสดงความสามารถก็ตาม เพราะอาจส่งผลให้เด็กและเยาวชนละทิ้งการเรียนและเข้าสู่วงจรของการพึ่งพารายได้จากการขอทาน
แนวทางที่ประชาชนสามารถช่วยได้:
- หลีกเลี่ยงการให้เงินแก่เด็กที่ขอทานหรือแสดงความสามารถในที่สาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต
- แจ้งเบาะแสไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเมื่อพบเห็นเด็กที่อาจตกเป็นเหยื่อของการแสวงหาประโยชน์
- สนับสนุนโครงการและองค์กรที่ช่วยเหลือเด็กและเยาวชนด้อยโอกาสอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
- ร่วมเป็นเครือข่ายเฝ้าระวังและคุ้มครองสิทธิเด็กในชุมชน
ความคืบหน้าและแผนการดำเนินงานต่อไป
สถานีตำรวจนครบาลลุมพินีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกันกำหนดแผนการดำเนินงานเพื่อช่วยเหลือเด็กและเยาวชนทั้ง 3 คน รวมถึงป้องกันไม่ให้เกิดกรณีที่คล้ายคลึงกันในอนาคต โดยมีแนวทางดังนี้:
ระยะสั้น:
- ติดตามและประเมินสภาพครอบครัวของเด็กทั้ง 3 คน
- ให้คำปรึกษาและแนะนำครอบครัวเกี่ยวกับสิทธิและสวัสดิการที่สามารถเข้าถึงได้
- ประสานงานกับโรงเรียนเพื่อติดตามการเรียนและพฤติกรรมของเด็ก
- จัดหาพื้นที่ชั่วคราวที่เหมาะสมสำหรับการแสดงความสามารถหากจำเป็น
ระยะกลางและระยะยาว:
- พัฒนาโครงการสนับสนุนทุนการศึกษาสำหรับเด็กและเยาวชนด้อยโอกาส
- จัดตั้งศูนย์พัฒนาทักษะและความสามารถพิเศษสำหรับเด็กและเยาวชน
- สร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างหน่วยงานต่างๆ ในการช่วยเหลือเด็กอย่างเป็นระบบ
- จัดทำฐานข้อมูลเด็กและเยาวชนที่เสี่ยงต่อการถูกแสวงหาประโยชน์
กรณีนี้เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนว่าการแก้ไขปัญหาทางสังคมต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนและการมองปัญหาอย่างรอบด้าน ไม่ใช่เพียงแค่การลงโทษตามกฎหมาย แต่ต้องมีการช่วยเหลือและพัฒนาอย่างแท้จริง เพื่อให้เด็กและเยาวชนเหล่านี้สามารถเติบโตไปเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพของสังคมในอนาคต
การดำเนินการของสถานีตำรวจนครบาลลุมพินีในครั้งนี้จึงไม่ใช่การจับกุมลงโทษ แต่เป็นการเข้าช่วยเหลือและนำเด็กเข้าสู่กระบวนการคุ้มครองที่เหมาะสม ซึ่งสอดคล้องกับหลักการคุ้มครองสิทธิเด็กและหลักการฟื้นฟูเยาวชนที่ประเทศไทยยึดถือ ขณะเดียวกันก็ยังคงรักษาความสงบเรียบร้อยและภาพลักษณ์ของพื้นที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของกรุงเทพมหานครไว้ได้อย่างสมดุล