ถ้าคุณเคยตั้งคำถามกับตัวเองว่า “งานง่ายๆ ที่ทำพังได้มันเป็นยังไง?” ขอบอกเลยว่าไม่ต้องไปค้นหาคำตอบที่ไหนไกล เพราะฮอลลีวูดได้รวบรวมทุกเสี้ยวอารมณ์ของความล้มเหลวในชีวิตจริงมาอัดรวมไว้ในหนังเรื่องเดียว ชื่อว่า “Idiots” ซึ่งแค่ชื่อเรื่องก็บอกตรงๆ ว่าคุณกำลังจะได้ดูอะไร และใครที่คิดว่าตัวเองเคยพังงานมาแล้วในชีวิต ขอให้ดูหนังเรื่องนี้ก่อนแล้วค่อยตัดสินใจว่าตัวเองพังจริงหรือแค่พังแบบสมัครเล่น
เมื่อ IFC ตัดสินใจปล่อยหนังที่ชื่อตรงกับคนดูที่สุดในรอบปี
สังกัดหนัง IFC เพิ่งปล่อยทั้งโปสเตอร์และตัวอย่างของหนังเรื่อง Idiots ออกมาให้โลกได้ตื่นตระหนก และต้องบอกว่าทีมการตลาดกล้ามากที่ตั้งชื่อหนังแบบนี้ เพราะในยุคที่ทุกคนพยายามทำแบรนดิ้งตัวเองให้ดูดี มีภาพลักษณ์ที่แข็งแกร่ง แต่ IFC กลับเลือกชื่อที่เรียบง่าย ตรงไปตรงมา และสื่อสารได้ครบจบในคำเดียว นั่นก็คือ “พวกโง่”
กำกับโดย เมคอน แบลร์ ผู้กำกับที่เคยฝากผลงานไว้ในหนังอย่าง I Don’t Feel at Home in This World และ The Toxic Avenger ซึ่งเป็นคนที่ถนัดเรื่องการเอาคนธรรมดาไปไว้ในสถานการณ์ที่ไม่ธรรมดา แล้วดูว่าทุกอย่างจะพังได้แบบไหน เรียกได้ว่าถ้าชีวิตของคุณเป็นหนังแนวนี้ คุณก็คือพระเอกที่ผู้กำกับแกแกล้งอยู่ตลอดเวลา
โปรเจกต์ง่ายๆ ที่ทำให้ง่ายกว่านี้ไม่ได้อีกแล้ว: ภาพรวมเนื้อเรื่อง
เนื้อเรื่องของ Idiots เรียบง่ายจนน่าตกใจ งานมีแค่อย่างเดียวคือ “พาเด็กรวยไปเข้าบำบัด” ไม่ต้องออกรบ ไม่ต้องกู้โลก ไม่ต้องหยุดนิวเคลียร์ แค่ขับรถพาคนคนหนึ่งจากจุด A ไปจุด B ที่คนปกติทั่วไปน่าจะทำได้ภายในครึ่งวันโดยไม่มีอะไรผิดพลาด
แต่ปัญหาคือสองคนที่ได้รับมอบหมายงานนี้ไม่ใช่คนปกติ เพราะ เดฟ ฟรังโก และ โอ’เชีย แจ็คสัน จูเนียร์ รับบทเป็นสองสหายไร้ความสามารถที่ถูกจ้างมาทำงานที่ควรจะตรงไปตรงมาที่สุดในโลก แต่กลับสามารถทำทุกอย่างให้กลายเป็นหายนะได้อย่างไม่น่าเชื่อ
ลองนึกภาพง่ายๆ ว่าถ้าคุณจ้างคนมาตอกตะปูแค่ตัวเดียว แต่พอเสร็จงานบ้านทั้งหลังพังราบ นั่นแหละคือระดับความสามารถของตัวละครในหนังเรื่องนี้ และนั่นแหละคือเหตุผลที่ทำให้หนังเรื่องนี้น่าดูอย่างบอกไม่ถูก
เดฟ ฟรังโก VS โอ’เชีย แจ็คสัน: คู่หูแห่งความพังที่โลกรอคอย
การจับคู่นักแสดงในหนังตลกถือเป็นศิลปะอย่างหนึ่ง เพราะถ้าเคมีระหว่างนักแสดงไม่ลงตัว ต่อให้บทดีแค่ไหนก็ดูแล้วรู้สึกอึดอัด เหมือนถูกบังคับให้ฟังมุกตลกที่ไม่ขำ
แต่เดฟ ฟรังโก พี่ชายในเงาของ เจมส์ ฟรังโก ที่หลายคนอาจลืมไปแล้วว่าแกตลกได้มากกว่าที่คิด จับคู่กับ โอ’เชีย แจ็คสัน จูเนียร์ ลูกชายแท้ๆ ของ ไอซ์ คิวบ์ ที่หลายคนรู้จักจากการรับบทพ่อของตัวเองใน Straight Outta Compton แบบว่าพ่อเล่นเป็นพ่อของตัวเอง ซึ่งถ้าเอาเรื่องนั้นไปคิดต่อก็ตลกไม่แพ้กัน
คู่นี้รับบทเป็นสองคนที่ถูกจ้างมาโดยที่ความสามารถของพวกเขาอาจไม่เหมาะกับงานนี้สักเท่าไร ซึ่งเรื่องนี้สะท้อนความเป็นจริงของสังคมการทำงานในยุคปัจจุบันได้อย่างน่าเจ็บปวด ว่าบางครั้งคนที่ได้งานไม่ใช่เพราะเก่งที่สุด แต่เพราะพร้อมรับงานที่สุด และสองคนนี้ก็คงพร้อมรับงานมากกว่าที่ควรจะพร้อม
เด็กรวยกับรถรับส่งสู่บ้านพักฟื้น: ทำไมแค่เรื่องนี้ถึงยังพังได้
เมสัน เทมส์ รับบทเป็นวัยรุ่นไฮโซที่ต้องถูกส่งไปบำบัด ซึ่งถ้าฟังแล้วดูเหมือนงานที่ควรเสร็จในสองสามชั่วโมง แต่อย่าลืมว่าเราอยู่ในโลกของหนังที่ทุกอย่างต้องพังเสมอ
ลองวิเคราะห์ทางตรรกะดูว่าจริงๆ แล้วอะไรทำให้งานง่ายๆ กลายเป็นหายนะได้ขนาดนั้น
ประการแรก คือตัวแปรที่ควบคุมไม่ได้ เพราะเด็กรวยที่ถูกส่งไปบำบัดไม่ใช่เด็กที่นั่งนิ่งๆ รอให้พาไป แต่เป็นเด็กที่มีความคิดสร้างสรรค์ในการหลบหนีหรือทำให้ทุกอย่างยุ่งเหยิง
ประการที่สอง คือความไม่พร้อมของผู้ปฏิบัติงาน เพราะสองคนที่ถูกจ้างมาดูเหมือนไม่ได้อ่านคู่มือการทำงานก่อนมารับหน้าที่ หรืออาจจะอ่านแล้วแต่เข้าใจไม่ครบ
ประการที่สาม คือจักรวาลที่ไม่เข้าข้าง เพราะในหนังตลกทุกเรื่อง จักรวาลมักจะสมคบคิดกันทำให้ตัวละครที่ไม่โชคดีอยู่แล้วโชคร้ายยิ่งขึ้นไปอีก เหมือนชีวิตจริงที่บางวันทุกอย่างก็พังพร้อมกันโดยไม่มีคำอธิบาย
นักแสดงสมทบที่ทำให้หนังเรื่องนี้ไม่ธรรมดา
หนังเรื่อง Idiots ไม่ได้มีดีแค่คู่หลัก เพราะนักแสดงสมทบก็มาเต็มขบวน
เคียร์แนน ชิปก้า ซึ่งหลายคนรู้จักในฐานะ แซลลี่ ดราปเปอร์ จาก Mad Men ตั้งแต่ยังเป็นเด็ก ตอนนี้โตเป็นผู้ใหญ่เต็มตัวและมาร่วมสร้างความวุ่นวายในหนังเรื่องนี้ด้วย
นิโคลัส เบราน์ นักแสดงที่คนดูทั่วโลกรู้จักดีจาก Succession ในบท เกร็ก ตัวละครที่งงงวยและดวงซวยตลอดเวลา ซึ่งถ้าเขามาเล่นหนังเรื่องนี้ก็น่าจะเป็นการต่อยอดบุคลิกที่ถนัดอย่างเป็นธรรมชาติ
และที่ทำให้หนังเรื่องนี้ดูมีน้ำหนักขึ้นมาทันทีคือ ปีเตอร์ ดิ้งเคลจ์ นักแสดงระดับตำนานที่ทุกคนรู้จักจาก Game of Thrones ในบท ไทเรียน แลนนิสเตอร์ ตัวละครที่ฉลาดที่สุดในห้อง การที่แกมาอยู่ในหนังชื่อ Idiots นั้นถือเป็นการวางตัวละครที่มีความประชดประชันในตัวเองอย่างยอดเยี่ยม เหมือนเอาคนที่ฉลาดที่สุดมาอยู่ท่ามกลางคนงงที่สุด แล้วดูว่าใครจะเป็นฝ่ายพังก่อน
ทำไมหนังตลกแนว “คนไม่เก่งทำงานสำคัญ” ถึงได้รับความนิยมตลอดกาล
ถ้าจะวิเคราะห์ให้ลึกว่าทำไมหนังแนวนี้ถึงโดนใจคนดูทั่วโลกมาตลอด คำตอบอาจจะไม่ได้อยู่ที่ความตลกของบทหนัง แต่อยู่ที่ความจริงอันเจ็บปวดที่หนังสะท้อนออกมา
ในชีวิตจริง เราทุกคนเคยอยู่ในสถานการณ์ที่ต้องทำงานที่ตัวเองไม่ได้เชี่ยวชาญ ไม่ว่าจะเป็นการประชุมที่ถูกเรียกเข้าไปทั้งที่ไม่รู้เรื่อง งานฝีมือที่คิดว่าทำได้แต่ผลลัพธ์ออกมาแบบว่าดีกว่าถ้าไม่ทำ หรือการพยายามซ่อมอะไรบางอย่างในบ้านแล้วสุดท้ายต้องเรียกช่างมาซ่อมทั้งของเดิมและของที่พังเพิ่มระหว่างซ่อม
หนังตลกแนวนี้จึงทำหน้าที่เป็นเหมือนกระจกสะท้อนให้เราเห็นตัวเองในเวอร์ชันที่เกินจริง แล้วหัวเราะกับมันแทนที่จะร้องไห้ เพราะถ้าต้องเลือกระหว่างการหัวเราะกับการร้องไห้เรื่องเดียวกัน การหัวเราะดูจะดีต่อสุขภาพกว่าอย่างเห็นได้ชัด
เมคอน แบลร์: ผู้กำกับที่เชี่ยวชาญเรื่องการเอาคนธรรมดาไปไว้ในสถานการณ์บ้าบอ
เมคอน แบลร์ ไม่ใช่ผู้กำกับที่โด่งดังระดับนานาชาติ แต่ในวงการหนังอินดี้ของอเมริกาถือว่าเป็นชื่อที่น่าจับตามอง โดยเฉพาะหนังอย่าง I Don’t Feel at Home in This World ที่ได้รางวัลจาก Sundance Film Festival และแสดงให้เห็นว่าแกสามารถดึงความตลกร้ายออกมาจากสถานการณ์ที่ดูธรรมดาได้อย่างชำนาญ
สไตล์ของแบลร์คือการเอาคนที่ไม่ใช่ฮีโร่ ไม่ได้พิเศษ ไม่ได้เก่งกาจ มาเจอกับสถานการณ์ที่ต้องการคนพิเศษ แล้วดูว่าจะเกิดอะไรขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่ที่เกิดขึ้นคือความโกลาหล และนั่นแหละที่ทำให้หนังของแกน่าดูเสมอ
สำหรับ Idiots ดูเหมือนแบลร์จะยกระดับความโกลาหลขึ้นไปอีกขั้น ด้วยการเพิ่มตัวละครที่น่าสนใจและนักแสดงที่มีชื่อเสียงมากขึ้น ซึ่งน่าจะทำให้หนังเรื่องนี้เข้าถึงคนดูได้กว้างขึ้นกว่าผลงานก่อนๆ ของแก
บทเรียนจากหนัง Idiots ที่สามารถนำไปใช้ในชีวิตจริงได้ (แบบปั่นๆ)
หนังตลกที่ดีไม่ใช่แค่ทำให้หัวเราะ แต่ต้องทำให้คิดด้วย และจากสิ่งที่เห็นในตัวอย่างหนัง Idiots เราสามารถสรุปบทเรียนอันมีค่าได้หลายข้อ
บทเรียนข้อที่หนึ่ง อย่ารับงานที่ตัวเองไม่มีความสามารถด้วยความมั่นใจเกินจริง เพราะความมั่นใจไม่ได้แทนความสามารถ และความผิดพลาดที่เกิดขึ้นมักจะตกเป็นภาระของคนอื่น
บทเรียนข้อที่สอง งานที่ดูง่ายมักจะไม่ง่ายอย่างที่คิด เพราะถ้างานมันง่ายจริง เขาก็คงไม่ต้องจ้างคนมาทำ
บทเรียนข้อที่สาม เด็กรวยที่ต้องไปบำบัดมักมีพลังงานและความคิดสร้างสรรค์สูงกว่าคนที่ถูกจ้างมาดูแล ซึ่งนั่นคือความไม่สมดุลของจักรวาลที่หนังตลกทุกเรื่องชอบนำมาใช้
บทเรียนข้อที่สี่ ถ้ามีปีเตอร์ ดิ้งเคลจ์อยู่ในสถานการณ์เดียวกับคุณ ให้ทำตามที่แกบอกทุกอย่าง เพราะแกฉลาดกว่าคุณแน่นอน
ทำไมต้องรอดูในโรงภาพยนตร์วันที่ 28 สิงหาคมนี้
Idiots กำหนดเข้าฉายในโรงภาพยนตร์วันที่ 28 สิงหาคม ซึ่งเป็นช่วงปลายฤดูร้อนของอเมริกาที่มักจะเป็นเวลาที่หนังตลกได้รับความนิยมสูง เพราะคนต้องการความบันเทิงที่เบาสมองก่อนจะกลับสู่ฤดูกาลแห่งความจริงจัง
สิ่งที่น่าสนใจในตัวอย่างคือจังหวะของความตลกที่ดูเหมือนจะสร้างมาให้คนดูรู้สึกเหมือนกำลังดูเพื่อนสองคนพังงานสดๆ ต่อหน้า ซึ่งเป็นรูปแบบของความตลกที่ทำให้คนดูรู้สึกเหนือกว่าตัวละคร แต่ในขณะเดียวกันก็เอาใจช่วยให้พวกเขาผ่านพ้นมันไปได้
หนังแนวนี้มีโอกาสดีที่จะกลายเป็นหนังที่คนพูดถึงในวงกว้าง โดยเฉพาะถ้าปากต่อปากทำงานได้ดี เพราะนี่คือประเภทหนังที่คนดูแล้วอยากชวนเพื่อนไปดูด้วยเพื่อดูว่าเพื่อนจะขำหรือเปล่า
สรุปจบ: เมื่อความพังกลายเป็นความบันเทิง
ในโลกที่ทุกคนพยายามสร้างภาพว่าตัวเองเก่ง มีความสามารถ และจัดการชีวิตได้อย่างสมบูรณ์แบบ หนังอย่าง Idiots ถือเป็นลมหายใจของความเป็นจริงที่บอกว่า ไม่เป็นไร ทุกคนเคยพังงานมาแล้วทั้งนั้น และบางครั้งการยอมรับว่าตัวเองไม่ได้เก่งทุกเรื่องนั้นเป็นสิ่งที่ต้องใช้ความกล้ามากกว่าการแกล้งทำเป็นว่ารู้ทุกเรื่องเสียอีก
เดฟ ฟรังโก โอ’เชีย แจ็คสัน จูเนียร์ และทีมนักแสดงที่แข็งแกร่ง ภายใต้การกำกับของเมคอน แบลร์ ดูมีศักยภาพที่จะส่งมอบหนังตลกที่ทั้งขำและพอมีสาระให้คนดูกลับบ้านด้วยรอยยิ้มบนใบหน้าและความรู้สึกว่าชีวิตของตัวเองไม่ได้แย่ขนาดนั้นเมื่อเทียบกับตัวละครในหนัง
ซึ่งนั่นแหละคือพลังของหนังตลกที่ดี มันไม่ได้แค่ทำให้หัวเราะ แต่มันทำให้รู้สึกดีขึ้นกับชีวิตของตัวเอง อย่างน้อยก็ชั่วคราวก่อนที่จะต้องกลับไปเจอกับความวุ่นวายของโลกความเป็นจริงในวันพรุ่งนี้
แล้วพบกันที่โรงหนัง 28 สิงหาคมนี้ ถ้าอยากดูตัวอย่างว่าชีวิตคนอื่นพังได้แค่ไหน แล้วหัวเราะกับมันโดยไม่ต้องรู้สึกผิด